สาวใช้แสบ แทคทีม จนท.ฝ่ายทะเบียน ปลอมเอกสาร รับบุตรบุญธรรม ฮุบมรดก 500 ล้าน

10.12.24 | 14:32 น.

สาวใช้สุดแสบ ร่วมมือกับ จนท.อำเภอ ปลอมเอกสารรับบุตรบุญธรรม จ่อรับมรดกเศรษฐินีกว่า 500 ล้าน แต่ข้าราชการน้ำดีไม่เล่นด้วย ยืนยันเป็นการปลอมลายเซ็น สุดท้าย จนท.ทุจริต รวมหัวกลั่นแกล้ง ข้าราชการน้ำดีจนถูกบีบให้ออกจากราชการ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม ที่สำนักงานสายไหมต้องรอด เขตสายไหม น.ส.ธัญญรส (สงวนนามสกุล) อดีตลูกจ้างฝ่ายทะเบียนอำเภอเมืองสมุทรสาคร เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรม กรณีถูกกลั่นแกล้งให้ออกจากราชการ เหตุเพราะพูดความจริง กรณีสาวใช้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนอำเภอ ปลอมแปลงเอกสารราชการรับบุตรบุญธรรม

น.ส.ธัญญรสกล่าวว่า ตนทำงานเป็นลูกจ้างฝ่ายทะเบียน อำเภอเมืองสมุทรสาครมานานกว่า 10 ปี ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ต่อมาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 ได้มีข่าวเรื่องการรับบุตรบุญธรรมในลักษณะเศรษฐินีรับสาวใช้เป็นบุตรบุญธรรม ยกมรดก 500 ล้านให้ ต่อมาครอบครัวเศรษฐินีได้มีการร้องให้ตรวจสอบเอกสารการรับบุตรบุญธรรมดังกล่าวว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเมื่อตนได้เห็นข่าว จึงได้มีการค้นหาเอกสาร เนื่องจากตนเองมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจดทะบียนรับบุตรบุญธรรม แต่ก็รู้สึกเอะใจว่าไม่คุ้นกับเคสนี้เลย และก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อค้นหาเอกสารจนเจอจึงพบว่าเอกสารการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมดังกล่าว “เป็นเท็จ” แน่นอน เนื่องจากตนพบว่าในเอกสารการรับบุตรบุญธรรมมีชื่อตนลงชื่อเป็นพยาน ทั้งที่ในข้อเท็จจริง ตนมีหน้าที่ในการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ตนจะลงชื่อในฐานะ “เจ้าหน้าที่” ที่รับจดทะเบียน จะต้องไม่ไปลงชื่อในฐานะพยาน ตนจึงได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร เรื่องการลงลายมือชื่อเป็นเท็จ

ต่อมาหลังจากมีการแจ้งความ ได้มี จนท.ฝ่ายทะเบียนของอำเภอ 3 คน มาพูดคุยกับตน พร้อมกับขอร้องให้ตนถอนแจ้งความ แต่ตนไม่ยอมเพราะเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ต่อมาศาลเยาวชนและครอบครัว จ.สมุทรสาคร ได้มีหมายเรียกตนไปเป็นพยานเรื่องการลงลายมือชื่อเป็นพยานในเอกสาร ซึ่งตนได้เบิกความยืนยันไปว่าการลงลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวเท็จ ต่อมาต้นปี 2567 ศาลได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนการจดรับบุตรบุญธรรมดังกล่าว ทำให้สาวใช้ไม่มีสิทธิรับมรดกกว่า 500 ล้านบาท

Advertisement

หลังจากนั้นตนคิดว่าจบเรื่องแล้ว จึงกลับมาทำงานตามปกติ ต่อมาปลายปี 2567 ตนถูกประเมินจากเพื่อนร่วมงานว่าขาดจริยธรรมในการทำงานกับเพื่อนร่วมงาน จึงถูกให้ออกจากราชการ ซึ่งตนเชื่อว่าการประเมินดังกล่าวเป็นผลมาจากที่ตนเองไปให้การเป็นพยานในคดีปลอมเอกสารรับมรดกกว่า 500 ล้านบาท อย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะทำให้มีผู้ใหญ่บางคนเสียผลประโยชน์ ที่สำคัญ คนที่ปลอมลายมือชื่อของตน ได้ไปยอมรับในชั้นศาลว่าเป็นคนปลอมลายมือชื่อ แต่ปัจจุบันยังคงทำงานที่อำเภอตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ตนจึงได้นำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษากับเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมงานจึงแนะนำให้มาร้องขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหมต้องรอดดังกล่าว