ไอซ์ รักชนก สู้ต่อชั้นอุทธรณ์ อัดคนยื่นถอนประกัน ไร้สาระ ข้องใจจ้องเล่นงานพรรคประชาชน?

11.12.24 | 13:28 น.

ไอซ์ รักชนก สู้ต่อชั้นอุทธรณ์ หวังได้ความเป็นธรรม ชี้เป็น ส.ส.ไม่ควรเซ็นเซอร์ตัวเอง อัดคนยื่นถอนประกัน ไร้สาระ ตั้งข้อสังเกตพรรคประชาชนโดนเล่นงานตลอด

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ ส.ส.พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์หลังฟังคำสั่งที่ศาลยกคำร้องขอให้ถอนประกันตัว น.ส.รักชนก ระหว่างอุทธรณ์ ในคดี ม.112 และ พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (2) ที่มี นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร ที่ปรึกษาธุรกิจและนักวิชาการอิสระ ไปยื่นคำร้องต่อศาลไว้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม

น.ส.รักชนกกล่าวว่า ศาลยกคําร้อง ไม่เพิกถอนประกัน โดยเรื่องนี้ผู้ร้องยกเหตุผลมามี 2 ข้อคือ หลังจาก นายชัยธวัช ตุลาธน หลุดจากการเป็น ส.ส. ทําให้มีปัญหาเรื่องหลักประกัน ซึ่งตนได้เปลี่ยนหลักประกันเป็นเงินสดแล้ว จํานวนเท่าที่ศาลแจ้งเอาไว้

น.ส.รักชนกกล่าวว่า ข้อต่อมาคือตนได้ละเมิดข้อกำหนดของศาล โดยเอาโพสต์ในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการตั้งคําถามกับกองทัพ เรื่องพลทหารซักกางเกงในให้เมียนายทหาร เรื่องเกี่ยวกับการรณรงค์การยกเลิกเกณฑ์ทหาร เป็นการด้อยค่ากองทัพ ที่มีสถาบันเป็นจอมทัพไทย ดังนั้น การด้อยค่าพลทหารเป็นการด้อยค่ากองทัพ คือกระทบกระเทือน เชื่อมโยงถึงคดี 112 แต่ศาลได้พิพากษาว่าเรื่องหลักประกันมีการเปลี่ยนหลักทรัพย์แล้วเรียบร้อย ส่วนเรื่องที่โพสต์เกี่ยวกับกองทัพก็เป็นการแสดงความคิดเห็นทั่วไป จึงยกคำร้อง

“วันนี้ศาลไม่ได้เพิ่มข้อกําหนดใดๆ ดังนั้น คิดว่าในฐานะผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกมา ไม่ควรที่จะเซ็นเซอร์ตัวเอง เพราะมีหน้าที่พูดเพื่อคนอื่น หลายๆ เรื่องที่เราได้วิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นผลประโยชน์สาธารณะ แล้วทุกอย่างที่เราพูดไปคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือประชาชนทุกคน การพูดถึงเรื่องการใช้งบประมาณภาษีให้มันคุ้มค่า วิญญูชนประชาชนทั่วไปที่รักในสิทธิเสรีภาพ รักในความถูกต้องก็น่าจะเข้าใจว่าสิ่งที่เราพยายามสื่อสารคืออะไร” น.ส.รักชนกกล่าว

Advertisement

น.ส.รักชนกกล่าวว่า มองว่าการฟ้องร้องเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องไร้สาระและกระทบกับเวลาในการทํางาน ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร การต้องออกจากที่ประชุมมา หรือว่าจะต้องเลื่อนการประชุมมาทําคดีเหล่านี้ เดี๋ยวจะมีคําสั่งศาลอุทธรณ์ออกแน่อยู่แล้ว คือคุณก็ให้เราทํางานให้เต็มที่ไปก่อน เพราะใครๆ ก็รู้ว่าถ้าอยู่พรรคนี้มันชัวร์อยู่แล้ว คุณจะทำไปทำไมให้เสียเวลาทางสังคม แทนที่สื่อจะไปงานข่าวที่สําคัญมากกว่านี้

“ขอเชิญสังคมตั้งคำถามว่า ทำไมมีเพียงแค่พรรคประชาชนที่ต้องเผชิญกับกระบวนการแบบนี้ จึงคาดว่าอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนที่อยู่เบื้องหลังของขบวนการ บุคคลเหล่านี้หรือไม่ ในการจ้องจะเล่นงานพรรคประชาชน” น.ส.รักชนกกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองยังไงกับการที่เป็น ส.ส.แต่ถูกต้องคำพิพากษาในศาลชั้นต้น จะเข้าข่ายเป็นการขัดจริยธรรมนักการเมืองหรือไม่ น.ส.รักชนกตอบว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่พูดยาก แต่ก็คาดหวังว่าในชั้นอุทธรณ์จะได้รับความเป็นธรรม เพราะได้ต่อสู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสามารถต่อสู้ได้ ได้ยื่นอุทธรณ์ไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอคำสั่งศาลอุทธรณ์ แต่ไม่ทราบว่าจะมีคำตัดสินเมื่อใด