เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 14 มีนาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในคดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. และอดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กับพวก เป็นสื่อมวลชน เป็นจำเลยที่ 1-5 จากกรณีเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2556 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ จำเลยที่ 1 แถลงข่าวกล่าวหาโจทก์ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีว่าทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 โรงพัก จากรายภาครวมเป็นรายเดียว เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นข้อความเท็จทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2558 ให้ยกฟ้องก่อนชั้นพิจารณาคดี แต่ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ และต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559 ให้ศาลชั้นต้นประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา เนื่องจากเป็นเรื่องที่จะต้องมีการพิสูจน์พยานหลักฐานกันต่อไป
วันนี้ นายสุเทพขึ้นเบิกความเป็นพยานโจทก์ปากแรก สรุปว่า การที่นายธาริต แถลงต่อสื่อมวลชนเป็นการใส่ร้ายให้เสียหายตนเองและพรรคประชาธิปัตย์เพื่อหวังผลทางการเมือง ช่วยเหลือพรรคเพื่อไทยที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้น เพื่อทำให้ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยได้เปรียบ ในวันดังกล่าวนายธาริตนำ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ ร่วมการแถลงข่าวพร้อมใส่เสื้อมีหมายเลขหาเสียงด้วย สิ่งที่นายธาริต บิดเบือนคือ 1.พูดให้เข้าใจว่ารัฐบาลชุดนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีมติให้จัดซื้อจัดจ้างกรณีการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนด้วยการกระจายเป็นรายภาค ซึ่งนายธาริตได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีดีเอสไอในปี 2552 สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แต่รัฐบาลนายสมชายพ้นจากตำแหน่งในวันที่2ธันวาคม2551 ดังนั้นมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์2552 ที่นายธาริตกล่าวถึงจึงไม่ใช่มติคณะรัฐมนตรีชุดรัฐบาลนายสมชาย และ2.มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 เห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณเสนอเรื่องการสร้างโรงพักดังกล่าว และไม่มีข้อความใดที่ระบุว่าตนอนุมัติยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างรายภาคตามที่นายธาริต กล่าวอ้าง
ภายหลังนายสุเทพ เบิกความเสร็จในช่วงเช้า ศาลกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ปากต่อไปในวันที่ 15 มีนาคม
นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความ กล่าวภายหลังว่า ในวันนี้เป็นเพียงการสืบพยานโจทก์ปากแรก และสัปดาห์นี้ศาลกำหนดให้มีการสืบพยานโจทก์ต่อเนื่อง และหากมีการสืบพยานปากนายสุเทพเสร็จ จะมีการนำพยานโจทก์อีกหลายปากเข้าสืบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากคดีนี้แล้วนายสุเทพมีการฟ้องนายธาริต กรณีแถลงข่าวหมิ่นประมาทเรื่องการจัดสร้างโรงพักทั้งหมด2สำนวน จากกรณีที่นายธาริตให้สัมภาษณ์หลายครั้ง โดยสำนวนแรกคดีหมายเลขดำ ที่ อ.495/2556 นั้นศาลอุทธรณ์มีคำสั่งพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2559

