หน้าแรก ในประเทศ รพ.มงกุฎวัฒนะ...

รพ.มงกุฎวัฒนะ จี้ สปสช.จ่ายเงิน ภายใน 13 ธ.ค. หมอเหรียญทอง ลั่น อย่าเบี้ยวหนี้จนเป็นปกติธุระ 

11.12.24 | 21:33 น.

รพ.มงกุฎวัฒนะ ขีดเส้นใต้ 13 ธ.ค. ถ้า สปสช.จ่ายเงิน ผู้ป่วยบัตรทองจ่ายค่ารักษาเอง หมอเหรียญทอง ลั่น อย่าเบี้ยวหนี้จนเป็นปกติธุระ 

รพ.มงกุฎวัฒนะ – เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเพจ “เหรียญทอง แน่นหนา” ระบุว่า

ศุกร์ที่ 13 ธ.ค.67 ก่อน 12.00 น. หาก สปสช.ไม่จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลตามที่ตกปากรับคำกับผมไว้เมื่อ พ.ย.67 ผมจำเป็นต้องให้ผู้ป่วยบัตรทองจ่ายเงินค่ารักษาเองตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค.67 จนกว่า สปสช.จะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลตามที่ตกลง

สปสช.เหนียวหนี้-เบี้ยวหนี้จนเป็นปกติธุระ เป็นสันดาน ใช้ไม่ได้แล้วนะครับ วินัยการเงินแย่มาก สปส.หรือ ประกันสังคมก็เหมือนกัน เหนียวหนี้-เบี้ยวหนี้จนเป็นปกติธุระ เป็นสันดาน ใช้ไม่ได้ วินัยการเงินแย่พอกัน

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา

Advertisement

ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ

11 ธ.ค.67 เวลา 16.07 น.

อ่านข่าว “รพ.มงกุฎวัฒนะ” ทวงหนี้ สปสช. กว่า 20 ล้าน ยื่น 5 ข้อต่อรอง ก่อนผู้ป่วย 2 แสนคนจะถูกลอยแพ

นอกจากนี้ยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า

เนื่องจากระบบการส่งต่อผู้ป่วยจากคลินิกบัตรทองมายัง รพ.มงกุฎวัฒนะ สปสช.ไม่จ่ายค่าแพทย์ ปรับลดค่าบริการ ลดค่ายา ลดค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ ลดค่าตรวจอื่นๆ ตามรายการ Fee schedule ทำให้ รพ.มงกุฎวัฒนะต้องขาดเงินสดติดลบเดือนละ 4 ล้านบาทเศษ และจะเป็นเช่นนี้ทุกๆเดือน หรือปีละ 50 ล้านบาท

ทำให้การรักษาผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อมาจากคลินิกทุกรายมายัง รพ.มงกุฎวัฒนะและหมายรวมถึง รพ.ที่รับส่งต่ออื่นๆในระบบบัตรทองล้วนขาดทุนทั้งสิ้น

รพ.มงกุฎวัฒนะได้เสนอการแก้ไขด้วยการขยายเพดานเพื่อย้ายสิทธิผู้ป่วยบัตรทองจากคลินิกบัตรทองมาขึ้นตรงกับ รพ.มงกุฎวัฒนะจำนวนมากๆเพื่อให้มีรายได้จำนวนมากมาถัวเฉลี่ย ซึ่งหนทางนี้ รพ.มงกุฎวัฒนะมีความสุ่มเสี่ยงต่อการขาดทุน

แต่ รพ.มงกุฎวัฒนะก็ตัดสินใจที่จะแบกรับความเสี่ยงด้วยหวังว่าจะบริหารต้นทุนให้ประหยัดได้จากการมีประชากรมาขึ้นทะเบียนหลายแสนคน

แต่ปัญหาก็ไม่จบ เพราะ สปสช มีการจ่ายเงินที่ไม่แน่นอน ล่าช้า ความไม่แน่นอน หรือ Uncertainty นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อกระแสเงินสด หรือ Cash flow มากนะครับ ทราบกันด้วย

ดังนั้นตั้งแต่ 1 ม.ค.68 หรือปีหน้าเป็นต้นไป รพ.มงกุฎวัฒนะ มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องให้บริการผู้ป่วยบัตรทองหลายมาตรฐาน ดังนี้

มาตรฐานที่ 1 : สำหรับผู้ป่วยบัตรทองที่พอช่วยเหลือตนเองได้ ยินดีร่วมจ่าย หรือ Copay ด้วยการจ่ายค่าแพทย์ที่ สปสช ไม่จ่ายให้ รพ. ก็จะได้รับการบริการมาตรฐานที่ 1 หรือ First class

มาตรฐานที่ 2 : สำหรับผู้ป่วยบัตรทองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ไหว ไม่สามารถร่วมจ่ายค่าแพทย์ได้ ก็จะได้รับการบริการมาตรฐานที่ 2 หรือ Second class

ด้วยการบริการมาตรฐานที่แตกต่างกันนี้จะทำให้ รพ.มงกุฎวัฒนะมีรายได้จากผู้ป่วยบัตรทองที่จ่ายค่าแพทย์ตามมาตรฐานที่ 1 มาจุนเจือช่วยเหลือผู้ป่วยบัตรทองที่ไม่สามารถจ่ายค่าแพทย์ในการใช้บริการตามมาตรฐานที่ 2

ทั้งนี้ รพ.มงกุฎวัฒนะจะจัดระบบบริการมาตรฐานที่ 1 ที่มีความสะดวกมากกว่ามาตรฐานที่ 2

หากท่านผู้ใช้สิทธิบัตรทองไม่พอใจ ได้โปรดตำหนิ สปสช นะครับ ไม่ใช่ตำหนิ รพ.มงกุฎวัฒนะ หาก รพ.มงกุฎวัฒนะไม่ดำเนินการเช่นนี้แล้ว รพ.มงกุฎวัฒนะก็จะประสบปัญหาขาดทุนจนต้องถอนตัวออกจากระบบบัตรทองใน ต.ค.68

กรุณาด่า สปสช นะครับ ไม่ใช่ด่า รพ.มงกุฎวัฒนะหรือด่าผม เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมานานกว่า 14 ปี เราให้บริการผู้ป่วยบัตรทองด้วยดี ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด แต่ก็ประสบปัญหาจากความไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลง ปรับลดการจ่าย เบี้ยวหนี้ เหนียวหนี้ จาก สปสช มาโดยตลอด โดยเฉพาะ 1 ปีที่ผ่านมานี้ ผมต้องประกาศทวงหนี้จาก สปสช ทุกเดือน แทบทุกสัปดาห์เสียด้วยซ้ำ…รวมถึงไอ้ประกันสังคมด้วย

บอกตรงๆว่า “ไอ้ 2 หน่วยงานนี้มันทุเรศมากๆครับ”

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา

ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ

11 ธ.ค.67 เวลา 21.02 น.