สบส.เอาผิดแล้ว!! ‘รพ.เอกชน’ จัดโปรฯแลกเคสผู้ป่วยฉุกเฉิน ด้านสพฉ.เตือนอย่าอ้างโลโก้ฉุกเฉิน

14.03.17 | 16:09 น.

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนที่มีโปรโมชั่นแจกคูปองน้ำมัน ว่า ภายหลังการตรวจสอบนั้นทางโรงพยาบาลดังกล่าวก็ได้ทำการยุติโปรโมชั่นแล้วตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากได้เริ่มจัดโฆษณาโปรโมชั่นตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ในชื่อโครงการสนับสนุนโครงการเพื่อช่วยเหลือมูลนิธิกู้ภัย นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลยังได้ทำหนังสือแจ้งทาง สบส. มีเนื้อความว่าไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่ไม่ดีในการจัดโปรโมชั่นดังกล่าว ไม่ได้สนับสนุนการส่งผู้ป่วยข้ามเขตแต่อย่างใด อีกทั้งตั้งแต่จัดโปรโมชั่นดังกล่าวทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น เมื่อทางโรงพยาบาลดังกล่าวได้รับการตรวจสอบ และยอมรับว่าได้กระทำการจัดโปรโมชั่นจริง สบส.ก็จะดำเนินการตามกฏหมาย ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ที่แก้ไขปรับปรุงฉบับที่ 4 พ.ศ.2559 ในมาตรา 38 ที่ว่าด้วยการห้ามโฆษณา โอ้อวด ลด แลก แจก แถม เพื่อชักชวนให้มีผู้มารับบริการจากสถานพยาบาลของตน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาท ทั้งนี้จากการตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศยังไม่พบการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน ทาง สบส.จึงได้ออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังโรงพยาบาลเอกชนเพื่อไม่ให้มีการกระทำผิดเช่นนี้อีก

ด้าน ร.อ.นพ. อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการกับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ได้แจกคูปองน้ำมันให้กับมูลนิธิให้นำผู้ป่วยฉุกเฉินจากอุบัติเหตุทุกกรณีมาส่งยังโรงพยาบาลของตนเอง โดยมีการติดโลโก้ของสพฉ.บนคูปองด้วยว่า โรงพยาบาลที่ปรากฏตามข่าวได้ทำหนังสือชี้แจงและทำหนังสือขอโทษมายังสพฉ.อย่างเป็นทางการพร้อมทั้งแสดงเจตจำนงในการทำลายคูปองดังกล่าวทิ้งอย่างเร่งด่วนและยืนยันว่าจะไม่มีการจัดทำคูปองในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก ซึ่งในส่วนของสพฉ. ก็ได้บอกโรงพยาบาลแห่งนั้นไปว่า โลโก้ของสพฉ.ที่ปรากฏอยู่ในคูปองนั้นเป็นการดำเนินการของโรงพยาบาล สพฉ.ไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ร่วมกับโรงพยาบาลและขอร้องไปว่าไม่ควรทำอะไรแบบนี้ขึ้นมาอีก เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน และสพฉ.ก็จะตรวจสอบเพิ่มเติมอีกว่ายังมีจุดไหนที่มีผลกระทบต่อสพฉ.และผู้ป่วยฉุกเฉินอีกหรือไม่ หากพบว่ามี ทางเราก็จะเดินหน้าเอาผิดในทุกๆ กรณี

“อย่างไรก็ตามผมอยากฝากถึงโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งว่า การดำเนินการที่ใช้ในลักษณะของอามิสสินจ้างใดๆ ให้ได้มาซึ่งผู้ป่วยนั้น ขัดต่อกฏหมายหลายฉบับอาทิ พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ร.บ.สถานพยาบาล และถ้ามีผู้ป่วยฉุกเฉินและได้รับการดูแลไม่ถูกต้องเหมาะสมก็จะมาผิดที่พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉินอีกด้วย ไม่ว่าโรงพยาบาลใดๆ ก็ไม่ควรทำในลักษณะแบบนี้ ถ้าอยากจะช่วยเหลือสนับสนุนองค์กรมูลนิธิหรือภาคประชาชนก็ควรที่จะสนับสนุนในเชิงความรู้วิชาการต่างๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในเชิงบวกมากกว่าที่จะเอามาในลักษณะของการแลกเคสแบบนี้กัน” เลขาธิการ สพฉ.กล่าว