เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มีนาคม นางสยุมพร กุลสุข หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ผลการใช้มาตรการตัดน้ำตัดไฟฟ้ากับร้านค้าจำนวน 163 ร้านค้า ซึ่งบุกรุกพื้นที่โบราณสถานหลังวิหารพระมงคลบพิตร ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา รวมถึงการวางแนวปูนกั้นปิดทางเข้าออก เพื่อห้ามนักท่องเที่ยวนำรถยนต์ เข้ามาจอดในลานจอดรถหลังวิหาร วันนี้เป็นวันแรกถือว่า ราบรื่นไม่มีการต่อต้าน ที่จะส่อไปถึงความรุนแรงจากกลุ่มผู้ค้า โดยเจ้าหน้าที่จะมีการอนุญาตเฉพาะรถยนต์ ที่เข้าไปขนย้ายของออกจากร้านเท่านั้น อีกทั้งวันนี้เป็นวันสุดท้าย ที่รับลงทะเบียนจากร้านค้าที่บุกรุกจำนวน 163 ร้านค้า เพื่อขอรับสิทธิจองร้านค้าในสถานที่รองรับแห่งใหม่ หรือจุดเช็กพอยท์ แลนด์มาร์คใหม่ ตรงหลังศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ห่างออกไป 700 เมตร ซึ่งเตรียมพื้นที่ไว้ถึง 200 ร้านค้า โดยยืนยันว่าถึงช่วงนี้ มีร้านค้าแตกแขนงออกมาแจ้งเพิ่มเกือบ 300 ร้านค้าแล้ว แต่เราจะให้สิทธิ 163 ร้านค้าเก่า ที่อยู่ในฐานรายชื่อก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนที่เหลือจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ตามความเป็นจริงว่าขายจริงหรือไม่ และมาขายตั้งแต่เมื่อใด

อย่างไรก็ตาม พบว่าบรรยากาศในตลาดหลังวิหาร พบว่าผู้ค้าที่บุกรุกเริ่มจะมีการขนย้ายสิ่งของออกบ้างแล้ว เพราะมั่นใจว่าภาครัฐจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยจะอนุโลมให้ขนย้ายสิ่งของ และรื้อร้านค้าที่บุกรุกออกไปจากพื้นที่ได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้เท่านั้น

