จากกรณีเหตุอาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้น ความกว้างประมาณ 6 เมตร เปิดเป็นที่พักอาศัย บริเวณด้านหน้าของอาคารเกิดทรุดตัวลงมา ประมาณ 1 เมตร ในซอยรามคำแหง 39 แยก 23 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง ทำให้ผู้ที่พักอาศัยพากันอพยพหนีตายอลหม่าน มีผู้อยู่อาศัยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย1ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 22.12 น.วันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.40น. วันที่15 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยของสำนักเขตวังทองหลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.วังทองหลาง ตั้งกองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับชาวบ้านที่ประสบภัย ขณะเดียวกันมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงมายืนดูและพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายนนท์ประวิทย์ จันริสา อายุ 30ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ผู้บาดเจ็บและอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่ที่อาคารดังกล่าวมาประมาณ2ปี ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ20.00น. วันที่ 14 มีนาคม ตนกลับจากที่ทำงานเพื่อพักผ่อน ขณะนอนอยู่ได้ยินเสียงปูนลั่นคล้ายกับรถสิบล้อวิ่งผ่าน จึงเรียกเพื่อนข้างห้องมาดูพร้อมกับพูดคุยกันว่ากลัวอาคารจะถล่ม จึงไปตามเจ้าของอาคารมาดู เมื่อมาดูเจ้าของอาคารบอกว่ายังอยู่ได้ พวกตนจึงเข้าไปพักผ่อนต่อ ต่อมาเวลาประมาณ21.50น. ได้ยินเสียงปูนลั่นอีกครั้งเสียงดังมาก พร้อมกับท่อประปาแตกจากนั้นอาคารก็ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว จึงรีบวิ่งหนีตายออกจากตัวอาคาร ทำให้ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขวาเคล็ด หัวเข่าซ้ายเป็นแผลถลอก ก่อนหน้านี้เคยมีเพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่าอาคารดังกล่าวมีอาการพื้นลั่นอยู่เรื่อยๆแต่ไม่มาก มีรอยร้าวตามกำแพง แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุถล่มลงมาอย่างรวดเร็วอย่างนี้

นางปาลิดา ว่องวิชญกร กรรมการชุมชนทรัพย์สินใหม่ กล่าวว่า พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ชาวบ้านเข้ามาเช่าที่ปลูกบ้านเพื่ออยู่อาศัย ส่วนอาคารหลังเกิดเหตุนั้นถูกสร้างขึ้นมานานกว่า 20ปี เพื่อเป็นห้องพักอาศัย ก่อนหน้านี้ประมาณ1เดือน เกิดการทรุดตัวเพียงเล็กน้อยทำให้ท่อน้ำประปาแตก เจ้าของอาคารจึงให้ช่างมาซ่อมท่อ ต่อมามีเหตุพื้นลั่นมาเรื่อยๆแต่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงไม่ค่อยมีใครสนใจ ทั้งนี้อาคารหลังดังกล่าวสร้างบนที่ดินที่เคยเป็นท้องนาและบึงเก่า ลักษณะเป็นการสร้างแบบยกเสาเข็มและทำคานด้านบน ก่อนจะสร้างอาคาร ไม่ได้มีการถมที่แล้วสร้างเหมือนอาคารในปัจจุบัน เนื่องจากที่ดินตรงนี้เป็นดินอ่อนอาจทำให้อาคารทรุดได้ เพราะบ้านที่ปลูกไว้มีลักษณะเอียงเช่นเดียวกัน
ต่อมาเวลา 10.30น. นายยุทธพันธุ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เดินทางเข้าตรวจสอบอาคารหลังเกิดเหตุ
โดยนายยุทธพันธุ์ เปิดเผยว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีความเป็นห่วงอย่างมาก จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายลงมาดูแลอย่างเต็มที่ การตรวจสอบหลักๆในวันนี้จะดูประมาณ3เรื่อง 1.การทรุดดังกล่าวของอาคารจะส่งผลกระทบกับพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ อาทิ อาคารใกล้เคียงและถนนที่ใช้สัญจร ถ้าประเมินออกมาว่าไม่มีผลกระทบจะให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของอาคารในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ถ้าเจ้าของไม่สามารถดำเนินการได้จะเป็นหน้าที่ของ กทม. 2.เวลาที่ใช้ในการดำเนินการ ต้องรอผลการประเมินและความพร้อมของทั้ง กทม.และเจ้าของอาคาร และ3.การดูแลเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าในพื้นที่ใกล้เคียงไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนเรื่องคดีความต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อน จึงมาหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร นอกจากนี้การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ นางจิตรลดา ถนอมศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตวังทองหลาง เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อมอบเครื่องอุปโภค บริโภค เป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น
ด้าน ดร.ธเนศ เปิดเผยหลังตรวจสอบอาคารดังกล่าวในเบื้องต้น ว่า อาคารดังกล่าวถูกสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก2ชั้น และทรุดตัวลงด้านขวาของอาคารลึงลงไปกว่า 1เมตร และลาดเอียงไปทางซ้ายลึกเกือบ2เมตร การทรุดตัวในลักษณะที่อาจะมีความบกพร่องของเสาเข็มและเสาตอม่อซึ่งเป็นฐานราก การทรุดตัวของอาคารในลักษณะนี้จะยังทรุดตัวลงไปเรื่อยๆกว่าจะถึงจุดหนึ่งจะชะลอตัวลงขึ้นอยู่กับแรงดันของพื้นดินด้านล่าง ทั้งนี้อาคารหลังดังกล่าวมีรอยแตกร้าวจากด้านขวา แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้ทรุดตัวจากทางด้านซ้ายลงไปก่อนสักระยะหนึ่งแล้ว แต่หลายคนอาจไม่ทราบ อย่างไรก็ตามจะขอเวลาในการตรวจสอบเบื้องต้นอย่างน้อย3ชั่วโมง เพื่อดูว่าอาคารมีการทรุดตัวอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ทั้งนี้ต้องขอปิดพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นพื้นที่อันตรายห้ามใครเข้าจนกว่าจะตรวจสอบได้ว่าอาคารชะลอการทรุดตัวแล้ว จึงจะให้ผู้อยู่อาศัยเข้าไปทรัพย์สินได้

