เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษสำนักการสอบสวน และ พ.ต.อ.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินและธนาคาร กล่าวภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวนในคดีพิเศษที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับการฟอกเงินของวัดพระธรรมกาย ว่า การประชุมร่วมระหว่างดีเอสไอและอัยการเพื่อวางแนวทางการสอบสวนคดีฟอกเงิน ที่นำเงินวัดไปซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง และคดีเกี่ยวกับทรัพย์มูลนิธิวัดพระธรรมกาย ซึ่งจะเป็นการแตกการสอบสวนเป็นคดีใหม่ ตามที่ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้พบหลักฐานจากการตรวจสอบธุรกรรมการเงินของวัดพระธรรมกาย โดยมีความชัดเจนว่าพระทัตตชีโวนำเงินออกจากบัญชีของวัดไปซื้อหุ้น ซึ่งพระทัตตชีโวมีตำแหน่งเป็นรองเจ้าอาวาสและรักษาการเจ้าอาวาส จึงถือเป็นตำแหน่งเจ้าพนักงาน เข้าข่ายมีความผิดมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย
นายขจรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน หลังจากนี้อาจมีหลักฐานมากกว่าที่ปรากฏ สำหรับการประชุมในวันนี้ได้จัดกลุ่มคดี 15 สำนวน และกระจายความรับผิดชอบให้ชุดสอบสวนรับไปดำเนินการ เช่น มูลนิธิ กลุ่มบุคคล และบุคคล ที่นำเงินไปซื้อที่ดินแล้วไม่ได้ยกให้เป็นที่ดินของวัดหรือธรณีสงฆ์ อย่างไรก็ตาม ตนปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในการสอบสวนการฟอกเงินในส่วนของน.ส.อลิสา อัศวโภคิน และนายอนันต์ อัศวโภคิน ที่ซื้อต่อที่ดินมาจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหาและอดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น โดยคดีดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบสำนักคดีอื่น ทราบว่าส่วนสืบสวนสำนักคดีเทคโนโลยีและการตรวจสอบ 2 กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงิน

