หน้าแรก ในประเทศ อดีต ส.ว.ดังน...

อดีต ส.ว.ดังน่าน อุ้ม “ท่าทราย” สู้คดี หลังโดน นอภ.เวียงสากล่าวหา “ลอบดูดทราย”

15.03.17 | 17:20 น.

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายสันติภาพ อินทรพัฒน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน และที่ปรึกษากฎหมาย เปิดเผยว่า หลังกระแสข่าวนายดงพล รุจิธรรมธัช นายอำเภอเวียงสา จ.น่าน นำกำลังฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการมวลชนกองพันทหารม้าที่ 15 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงสา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) น้ำปั้ว อ.เวียงสา ตรวจสอบพื้นที่ดูดทราย หมู่ที่ 5 บ้านห้วยแก้ว ต.น้ำปั้ว อ.เวียงสา เนื่องจากได้รับการร้องเรียนและแจ้งว่ามีการลักลอบดูดทรายในพื้นที่สาธารณะ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานขุดและดูดทราย จับกุมนายวัลนพ แปงสี แจ้งข้อกล่าวหาลักลอบดูดทรายโดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบกิจการดูดทรายโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย ว่า ตนได้รับร้องเรียนขอความเป็นธรรมคดีนี้ จึงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ค่อนข้างปรากฏชัด นายวัลนพทำกิจการดูดทรายโดยขออนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัด ตั้งแต่ปี 2556 ในโฉนดที่ดินประมาณ 6–7 แปลง และปัจจุบันซื้อเพิ่มอีก 2 แปลงที่เครื่องจักรตั้งอยู่ปัจจุบัน ดังนั้น จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกจับกุมกล่าวหา

นายสันติภาพ กล่าวว่า ปกติการจับกุมดำเนินคดีทั่วไป ถ้าอยากตรวจสอบบุกรุกที่สาธารณะ ได้รับอนุญาตดูดทรายและทรัพย์สินของทางราชการเสียหายหรือไม่ตามข้อกล่าวหา เพื่อปรากฏชัดและโปร่งใสควรมีตัวแทนที่ดิน อุตสาหกรรมจังหวัด มาด้วยในวันเกิดเหตุ ผู้ถูกกล่าวหาหรือคนติดตามข่าวยอมรับได้หมดว่าดำเนินการนั้นชอบด้วยกฎหมาย แต่เข้าไปจับกุมแล้วตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าว ภายหลังเจ้าหน้าที่ที่ดินตรวจสอบมาแล้ว ไม่ได้ทับที่ดินของใครหรือของทางราชการ แต่เป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิ์หรือโฉนด และได้รับคำชี้แจงจากอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กรณีดูดทรายยังไม่รู้จะล้ำขอบเขตที่ขออนุญาตไว้หรือไม่ ต้องให้ฝ่ายที่ดินตรวจสอบ เพราะที่ดินเวิ้งนั้นเป็นของนายวัลนพทั้งหมด แต่ถ้าจะดูดทรายล้ำในที่ดินของตนเอง ทางอุตสาหกรรมในฐานะผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย เรียกว่า “กฎหมายเฉพาะ” ต้องให้อุตสาหกรรมมากล่าวหาและแจ้งความนายวัลนพเอง ซึ่งที่ผ่านมาจะไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ จ.น่าน ยังไม่เคยดำเนินคดีในข้อหาลักลอบดูดทรายหรือดูดเกินกับใครเลย

“ข้อเท็จจริงปรากฏว่า การประกอบกิจการดูดทรายโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นั้น ผู้เสียหายคืออุตสาหกรรมจังหวัด หากดูดเกินขอบเขตจากที่ได้รับอนุญาต ข้อหาก็คือดูดทรายเกินขอบเขต จะเรียกไปแจ้งให้ขออนุญาตให้ถูกต้อง โทษมีอย่างเดียวคือว่ากล่าวตักเตือนหรือปรับ เพราะฉะนั้นนายวัลนพดูดทรายในที่ดินของตนเองและมีเอกสารสิทธิ์ ไม่ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย การตั้งข้อหาเกินจริงว่าลักทรัพย์จึงไม่เป็นความจริง” นายสันติภาพกล่าวและว่า หลังจากที่ปรากฏเป็นข่าวทางแอพพลิเคชั่นไลน์บางกลุ่ม นายอำเภอเวียงสายอมรับที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ต้องหาจึงยอมรับและปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจับเขาในที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ มีใบอนุญาต หรือหากเกินไปจริง อุตสาหกรรมจะเป็นผู้กล่าวโทษ ตนสงสัยว่าทำไมจึงทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ด้วยข้อกล่าวหาแบบเอาเป็นเอาตาย