เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย กรมควบคุมโรค และภาคีเครือข่ายได้เตรียมยกร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข 20 ปี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนี้ เพื่อเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำไปพิจารณาร่วมกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ฉบับใหม่ ซึ่งจะออกตามหลังรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับใหม่ประกาศใช้ ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข 20 ปี เป้าหมายไม่ได้คาดเคลื่อนจากเดิม คือ ประชาชนมีสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน แต่ละเอียดกว่าเดิมผ่าน 4 ยุทธศาสตร์ การส่งเสริมป้องกันโรคเป็นเลิศ การบริการเป็นเลิศ บุคลากรเป็นเลิศ และการบริหารเป็นเลิศ ซึ่งแต่ละกรมจะรับผิดชอบในงานแต่ละด้านแตกต่างกัน โดยกรมอนามัยเป็นเจ้าภาพร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินการ เช่น ทำเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค เน้นการมีกลไกระดับชาติ ดูแลสุขภาพประชาชนตามกลุ่มวัย ตั้งแต่เกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ลดความเสี่ยงสุขภาพในช่วงต้นๆ ของชีวิต การดูแลเรื่องอนามัยสิ่งแวดล้อม สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแลสุขภาพป้องกันโรค
“การทำให้ประชาชนมีสุขภาพดีมี 2 เป้าหมาย คือให้คนไทยมีอายุเฉลี่ยแรกเกิดถึงตายเพิ่มขึ้นจาก 75 ปี เป็น 85 ปี ภายในปี 2579 และมีค่าเฉลี่ยการมีสุขภาพดีเพิ่มขึ้นจาก 66 ปี เป็น 75 ปี” นพ.วชิระ กล่าว และว่า ในวันที่ 29-31 มีนาคมนี้จะมีการประชุมขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคเป็นเลิศ ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ
ด้าน นพ.ภานุมาศ ญาณเวทย์สกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมตั้งเป้าว่าภายใน 20 ปี จะต้องดำเนินการตามพันธสัญญาต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จ เช่น การลดจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากเชื้อเอชไอวี วัณโรค และหัด โดยเฉพาะเรื่องวัณโรค วันนี้องค์การอนามัยโลกระบุว่าในประเทศไทยยังคงมีปัญหาอยู่มากมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละแสนกว่าราย เสียชีวิตปีละหมื่นกว่าราย และยังมีปัญหาเชื้อดื้อยาด้วย นอกจากนี้ยังเร่งแก้ไขปัญหา และลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนให้ได้ จากเดิมที่อยู่ในอันดับ 2 ของโลกที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ทั้งนี้ คร.จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ควบคุมป้องกันโรค แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรกปี 2560-2564 พัฒนามาตรฐานระบบควบคุมป้องกันโรคและภัยสุขภาพ เสริมสร้างความเข้มแข้งระบบตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน และพัฒนากำลังคน ยกระดับข้อมูลสารสนเทศ ระบบเฝ้าระวังโรค ระบบห้องปฏิบัติการ และปรับปรุงบริหารจัดการและความร่วมมือ
ระยะที่ 2 ปี 2565-2569 จะสร้างความเข้มแข็ง พัฒนาสมรรถนะด้านการระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบงานด้านนี้อย่างเข้มแข็งในระดับภูมิภาค ส่วนระยะที่ 3 ปี 2570-2574 จะพัฒนาทุกอย่างสู่ความยั่งยืนปรับปรุงระบบงานรองรับรับผู้ป่วยโรคติดต่ออันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และระยะที่ 4 ปี 2575-2579 ระบบควบคุมโรคของประเทศไทยจะเป็นระบบที่ดีที่สุด 1 ใน 3 ของเอเชีย และเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการควบคุมป้องกันโรคต้นแบบของภูมิภาค

