กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการผ้าเหลือง เมื่อพระครูบรรพตพัฒนคุณ หรือพระอธิการปรีชา ธนวฑฺฒโก เจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าอาวาสนักพัฒนา อายุ 55 ปี พื้นเพเป็นชาวจังหวัดพิจิตร ประกาศลาสิกขาบทผ่านเฟซบุ๊ก “วัดเขาอิติสุคโต หัวหิน” โดยไม่มีบุคคลใดรู้ล่วงหน้า และทราบสาเหตุที่แท้จริง หลังบวชมานาน 33 พรรษา
สร้างความตกตะลึงไปทั้งวงการ!
หากย้อนอดีตวัดเขาอิติสุคโต บนเนื้อที่ 112 ไร่ 2 งาน 88 ตารางวา สถานที่ตั้งวัดอยู่บนที่ราบเชิงเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ 180 องศา ที่สวยงามของเมืองหัวหิน ในชุมชนเขาน้อย เขตเทศบาลหัวหิน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ในปี 2480 เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์ หลวงพ่อโอภาสีได้ธุดงค์มาพบสถานที่ซึ่งเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ต่อมาวัดเขาอิติสุคโต หรือ “อิติสุคโต แปลว่า ผู้มาดีและผู้ไปดี” ได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง มีพระนคร อํสุมาลี เป็นเจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต เมื่อ พ.ศ.2508 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2510 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร ต่อมาพระอธิการนครมรณภาพเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2538
จากนั้นพระอธิการปรีชา ธนวฑฺฒโก ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2539

ขณะที่พระอธิการปรีชาเป็นเจ้าอาวาสได้ก่อสร้างอาคาร วิหาร พระพุทธรูปฯสืบสานเจตนารมณ์จากหลวงพ่อนครอย่างไม่ย่อท้อต่อความเหน็ดเหนื่อย ทำให้วัดมีการพัฒนาทั้งด้านการก่อสร้าง และนำพาพุทธศาสนิกชนร่วมปฏิบัติธรรม มอบทุนการศึกษาให้เด็กยากจน การมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชน ภายหลังได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูบรรพตพัฒนคุณเมื่อปี 2547
ที่ผ่านมาวัดได้มอบที่ดิน 22 ไร่ เพื่อก่อตั้งศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อจัดการปัญหาเกี่ยวกับสุนัขจรจัดในพื้นที่หัวหินเมืองท่องเที่ยว
ต่อมาพระครูบรรพตพัฒนคุณได้รับรางวัลสถานปฏิบัติธรรมดีเด่น ประจำปี 2554 ณ วัดพิชยญาติการาม กทม. จากนั้นได้ใช้สังคมโซเชียลเพื่อกระจายข่าวสารงานบุญและเผยแผ่ธรรมะคำสั่งสอนของเจ้าอาวาส เพื่อให้ลูกศิษย์ทั่วทุกสารทิศเข้าถึงธรรมคำสั่งสอนได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง สามารถใช้นำไปปฏิบัติได้จริง ในการดำรงชีวิตอย่างถูกต้อง ไม่มีเบียดเบียนบุคคลอื่น เป็นคนมีศีลธรรมไม่หลงไปในอบาย และช่วยเหลือสังคม
กระทั่งหลวงพ่อปรีชาได้สร้างความแปลกใจให้กับบรรดาศิษยานุศิษย์ ด้วยการประกาศผ่านเฟซบุ๊ก เรื่องลาสิกขาบท โดยให้เหตุผลว่า “บวชมา 33 ปีโดยโยมแม่เป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย หมอบอกว่าอยู่อีก 6 เดือนจึงได้ไปบนหลวงพ่อขาว ถ้าโยมแม่ไม่ตายภายใน 6 เดือน จะบวชให้ 30 พรรษา นี่ก็อยู่มาเกิน 3 ปีแล้ว 33 พรรษา ลาภยศ สรรเสริญ ชื่อเสียง ไม่ยึดติด
“บวชมาทำแต่ความดี ช่วยเหลือพระพุทธศาสนาทุกวัดทุกอาราม ช่วยเหลือสังคม พร้อมทั้งคนยากจน ไม่เคยขาด ตั้งแต่บวชมาสร้างวัดจนเจริญ ไม่เคยขาดความเมตตาต่อทุกคน แม้กระทั่งช้างม้าวัวควาย สัตว์ต่างๆ ภายในวัด ไม่เคยบกพร่องแม้แต่ชีวิตเดียว ไม่เคยโกหก ไม่เคยทำลายชื่อเสียงผู้อื่น ไม่เคยอยากได้อะไรจากผู้อื่น ไม่เคยขอข้าวของต่างๆ จากผู้หนึ่งผู้ใด

“แม้กระทั่งปัจจัย ไม่เคยเบียดเบียนญาติโยม ทำทุกอย่างถึงที่สุด ไม่เคยขัดแย้งกับพระกับเณร กับชี ส่งเสียให้เล่าเรียน ลูกศิษย์ทั้งหลายได้ดิบได้ดี เป็นครูบาอาจารย์ เป็นปลัดอำเภอ เป็นนายร้อย จปร. 21 นายร้อย เป็นผู้พิพากษา 2 ท่าน เราไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีตำหนิใดๆ กับผู้หนึ่งผู้ใด แม้กระทั่งญาติโยมและพระภายในวัด มีทั้งหมด 11 สาขา ล้วนแต่เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ สร้างวัดวาอารามเจริญรุ่งเรืองทุกวัด เราทำดีที่สุดแล้ว
“เราไม่อยากทำให้พระพุทธศาสนาด่างพร้อยเพราะเรา เราชอบชนไก่เป็นชีวิตจิตใจ เริ่มแรกที่เลี้ยงไก่ชน เพราะเป็นไก่ของสมเด็จวัดชนะสงครามองค์ที่เสียชีวิตไปแล้ว ออกลูกออกหลานมาเต็มวัด และเคยบริจาคให้กับประชาชนเอาไปแกงเอาไปกินเอาไปขาย ไม่ทำตามสัญญาว่าขอไปเพาะเลี้ยงทำพันธุ์ จึงเลี้ยงดูต่อสู้ตีกันตายทุกวัน จึงเลี้ยงเอาไปชนเพื่อเปิดให้สัตว์เดรัจฉานสร้างกุศลผลบุญ เวลาไปชนทุกครั้งจะเก็บปัจจัยรวบรวมทำบุญสร้างวัดเขาอิติสุคโต สร้างบ้านคนจน 11 หลัง รวมเป็นเงินหลายล้านบาท และเราก็ชอบ เลิกไม่ได้ สักวันหนึ่งจะต้องมีทุกข์มีภัยในการชนไก่ของเรา เพราะเราเลิกไม่ได้ ทนให้เขาตำหนิติติงมานานแล้ว
“อีกอย่างเคยขอร้องพระสาขาที่มีเรื่องกับข้าราชการ ได้ไปขอร้องผู้ว่าราชการประจวบคีรีขันธ์ หากย้ายข้าราชการคนนี้แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาท เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างพระกับข้าราชการในพื้นที่ ท่านผู้ว่าฯ ได้ย้ายข้าราชการคนนั้นแล้ว จะให้ยุติการฟ้องร้อง แต่พระสาขาไม่ทำตามสัญญา ผิดสัจจะวาจากับผู้ว่าฯ เราละอายใจยิ่งนัก ที่รับปากผู้ว่าฯ จะยุติเรื่อง แต่พระสาขาไม่ยอมเชื่อ จึงรับผิดชอบปิดตำนานเกจิอาจารย์วัดเขาอิติสุคโต (ลาสึก)”
เฟซบุ๊ก ‘วัดเขาอิติสุคโต หัวหิน’ มีข้อความระบุอีกว่า “อย่ามายึดติดบุคคล ศาสนาก็ดำรงอยู่ ขอให้ช่วยวัดเขาอิติสุคโต เราก็จะไม่ไปไหน ก็จะอยู่ช่วยทะนุบำรุงวัดเขาอิติสุคโตจนชีวิตหาไม่ ส่วนเครื่องรางของขลังที่ออกไปนั้น ไม่ต้องกลัวเสื่อม ให้เก็บเอาไว้ให้ดี จะมีราคาในวันข้างหน้า และอยากบอกว่าคนที่เราให้แสงสีทองไปเพื่อประกวดนางงามและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย จึงให้ไป แต่ไม่ทำตามสัญญา ไม่ยอมเอาแสงสีทองที่หลวงพ่อมอบให้มาคืน ไม่รักษาสัจจะวาจา แสงสีทองนั้นปฏิบัติได้มา ไม่ยอมเอามาคืนตามสัญญา เราอยู่ไม่ได้แล้ว เราถือสัจจะวาจายิ่งกว่าชีวิต จึงขอปิดตำนานเจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต”
จากนั้นเพจและเว็บไซต์ “วัดเขาอิติสุคโต หัวหิน” ก็ปิดตัวลงอย่างถาวร ทิ้งไว้แค่เพียงคำสั่งสอน จากพระครูบรรพตพัฒนคุณเท่านั้นที่สามารถนำไปปฏิบัติได้?!


