หน้าแรก ในประเทศ อส.อยุธยาลุยร...

อส.อยุธยาลุยรื้อร้านค้าหลังวิหารพระมงคลบพิตร ยันสิ้น มี.ค.ต้องออกให้หมด

16.03.17 | 14:50 น.

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 มีนาคม ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ระดมกำลัง อส.จากทั้ง 16 อำเภอ รวม 1 กองร้อย ไปช่วยกำลังทหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา บริเวณจุดพื้นที่การรื้อย้ายร้านค้าหลังวิหารหลวงพ่อพระมงคลบพิตร เขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อต้องการขอคืนพื้นที่ ซึ่งมีร้านค้าจำนวน 163 ร้านค้าบุกรุกที่โบราณสถาน นำมาทำเป็นตลาดขายสินค้าที่ระลึก แก่นักท่องเที่ยวมานานกว่า 10 ปี

นายเรวัต ประสงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ร้านค้าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการรื้อย้ายร้านค้าจากหลังวิหารไปยังจุดตลาดแห่งใหม่ หลังศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ซึ่งกำหนดเป็นจุดจอดรถของนักท่องเที่ยว ก่อนจะส่งต่อขึ้นรถรางเพื่อไปท่องเที่ยวตามโบราณสถานต่างๆ ซึ่งกำลัง อส.ที่เข้ามาในพื้นที่ ถือว่ามาเพื่อช่วยเหลือผู้ค้า โดยผู้ค้าสามารถมาแจ้งเพื่อขอรับกำลังพลเข้าช่วยเหลือในการรื้อย้ายและขนสิ่งของ อีกทั้งยังมีรถของเทศบาลและรถทหารมาบริการช่วยขนย้ายสิ่งของด้วย และหากร้านใดขนของออกไปทั้งหมดแล้วจะมีการรื้อเต็นท์เพื่อเร่งทำความสะอาดพื้นที่ทันที ถึงตรงจุดนี้หน้างานรุดหน้าไปมาก ส่วนผู้ที่ยังดื้อดึงหรือยังไม่ยอมรื้อย้าย ทางจังหวัดจะให้เวลาจนถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น หากไม่รื้อย้ายตามกำหนดก็จะดำเนินการรื้อย้ายให้

จากนั้นในเวลา 12.00 น. กลุ่มผู้ค้าจำนวน 84 ร้านค้า จากพื้นที่ตลาดหลังวิหารหลวงพ่อพระมงคลบพิตร เขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ยังคงเดินหน้าคัดค้านการรื้อย้ายร้านค้าจำนวน 163 ร้านค้า ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยากำหนดให้ย้ายออกจากพื้นที่แห่งนี้ภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้เท่านั้น

201703161230573-20021028190200

ล่าสุดนายธนกฤต เข็มนาค อายุ 48 ปี เจ้าของร้านหนังปลากรายทอดกรอบ เปิดเผยว่า เป็นผู้หนึ่งที่คัดค้าน เพราะเห็นว่าการดำเนินการของจังหวัดไม่เป็นธรรมแก่กลุ่มผู้ค้าที่ถูกอ้างว่าบุกรุกพื้นที่แห่งนี้ เพราะมองว่าร้านค้าที่จะย้ายออกไปคือกลุ่มที่ค้าขายในเต็นท์ชั่วคราว จำนวน 163 ร้านค้าเท่านั้น ส่วนร้านค้าในจุดอาคารทรงไทยเกือบ 100 ร้านค้ากลับไม่ถูกขับไล่ที่ ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะหากอ้างว่าต้องการพื้นที่คืนเพื่อปรับภูมิทัศน์ ก็น่าจะย้ายออกทั้งหมดทุกร้าน หรือหากจะจัดระเบียบด้วยการให้อยู่ในพื้นที่เดิม พวกตนเองก็พร้อมให้ความร่วมมือ

Advertisement

สำหรับ 84 ร้านค้านี้ ไม่ใช่ผู้ค้าใหม่ที่เข้ามาบุกรุกตามที่รัฐกล่าวอ้าง แต่เป็นผู้ค้าซึ่งขายของที่แห่งนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว แต่รายชื่อตกหล่นทุกครั้งที่มีการจัดระเบียบ ตั้งแต่ร้านค้าของตลาดอยู่ด้านหน้าวิหาร ต่อมาย้ายตลาดมาหลังวิหารเมื่อกว่า 10 ปีก่อน รายชื่อก็ยังตกหล่นอยู่ ไม่ได้รับสิทธิเข้าไปขายในทรงไทย และครั้งนี้จะไม่ยอมอีกแล้วที่จะถูกเลือกปฏิบัติ หากจะดำเนินการใดๆ ต้องทำแบบเสมอภาคเท่านั้น