วันที่ 25 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่กรมการบิน กระทรวงคมนาคม 2 คนลงพื้นที่เก็บหลักฐานเบื้องต้นของเครื่องบินเล็กฝึกบินของวิทยาลัยการบินนานาชาติ มหาวิทยาลัยนครพนม ร่วงตกลงกลางทุ่งหญ้าทุ่งนาชาวบ้านเมื่อ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเก็บในส่วนซากตัวเครื่องที่ตก พร้อมถอดดูอุปกรณ์ส่วนหัวและในตัวเครื่องอย่างละเอียด โดยเจ้าหน้าที่คนหนึ่งระบุว่า มาตรวจสอบซากเบื้องต้น ก่อนจะนำรถบรรทุก 6 ล้อขนาดใหญ่มีเครนติดเปิดข้างได้จาก นพค.22 สนภ.2 นทพ.2 บก.กองทัพไทย ซึ่งจะถอดปีกสองข้าง แยกชิ้นส่วนลำเลียงขึ้นรถไปเก็บไว้ในโรงซ่อมท่าอากาศยานนครพนม รอผู้เชี่ยวชาญมาตรวจพิสูจน์หาสาเหตุที่แน่ชัด หลังพบตัวเครื่องปีกซ้าย หักฉีกขาด ต้องส่งตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุอีกครั้งว่าเครื่องยนต์รุ่นนี้มีปัญหาหรือไม่ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
นายภิรมย์ มีแก้ว หน.ท่าอากาศยานนครพนม กล่าวว่า ปกติเครื่องบินฝึกบินของมหาวิทยาลัยการบินนานาชาติ จะมีการฝึกบินทุกวัน และก่อนเกิดเหตุได้มีการฝึกบิน โดยประสานงานผ่านหอบังคับการบินสนามบินนครพนม แต่หลังจากฝึกบินขากลับทราบว่า มีรายงานทางวิทยุสื่อสารว่า เครื่องขัดข้องพยายามหาทางร่อนลงจอด กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว
รายงานข่าวระบุว่า เครื่องบินรุ่นดังกล่าวมีราคาลำละประมาณ 12 ล้านบาท ส่วนครูฝึกนักบินที่ฝึกศิษย์การบินในเครื่องลำนี้ ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ อาจเป็นเพราะสาเหตุเคยมีปัญหาการฝึกการบินมาแล้ว 3 ครั้ง ก่อนถูกโยกย้ายมาฝึกสอนที่นี่ ขณะที่ชาวบ้านต่างเรียกร้องอยากรู้ชื่อ–สกุล อายุ ครูฝึกการบินและนักเรียนการบิน เพื่อจะได้ให้หายความสงสัยและจะนำเลขอายุผู้รอดตายปาฏิหาริย์ครั้งนี้ไปเสี่ยงโชคตามความเชื่อ แต่ผู้เกี่ยวข้องก็ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อ–อายุได้จนบัดนี้

ด้านนายน้อย แสงเพชร วัย 71 ปี เจ้าของที่นาที่เครื่องบินตกใส่ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนยืนรดน้ำต้นแตงกวาและแคนตาลูปที่ปลูกไว้ ได้ยินเสียงเครื่องบินเหนือฟ้าห่างตนระยะ 1 กิโลเมตร ลดระดับเสียงอ่อยๆ ลง ก่อนได้ยินเสียงกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ปีกเครื่องบินตะแคงตัดยอดปลายหญ้า จึงรีบวิ่งมาดูกับเพื่อนบ้าน ได้กลิ่นน้ำมันเหม็นคละคลุ้ง พบครูฝึกนักบินและนักเรียนการบิน 2 คนติดอยู่ในเครื่อง เครื่องตกใส่ซึ่งอาจเป็นความโชคดีก็ได้ จึงพนมมือยกมือไหว้ขอให้มีโชคก้อนโตด้วย หากไร้โชคงวดวันที่ 1 มี.ค.นี้ อาจจำเป็นต้องขายที่นา 35 ไร่ ไร่ละ 40,000 บาททิ้ง
ขณะที่นางที แสงเพชร วัย 70 ปี ภรรยาของนายน้อย กล่าวว่า ขณะที่ตนขุดมันวิ่งมาดูได้ยินเสียงนักบิน 2 คนพูดคุยกันว่าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ก่อนเดินจากไป ส่วนนางที ไตรมีแสง อายุ 50 ปี ชาวบ้านหนองเดิ่น กล่าวว่า เมื่อปลายปีก่อนเคยนำเลขเครื่อง 100 ที่เครื่องบินตก ปีที่แล้ว นำไปซื้อหวยใต้ดินถูกเลขท้าย 3 ตัวบนได้เงินไปกว่า 1 หมื่นบาท งวดนี้มาเฝ้าดูเลขเครื่องและเลขใต้ท้องเครื่อง หวังนำไปเสี่ยงโชคในงวดวันที่ 1 มี.ค.อีกครั้ง หวังได้ลาภก้อนโตร่วมกับเจ้าของที่ดิน แต่ก็ผิดหวังเห็นแค่เลข 40 ข้างตัวเครื่องเท่านั้น
ส่วนนายอุดม มีหาฤทธิ์ อายุ 41 ปี เจ้าของที่นาข้างเคียงนายน้อย ระบุว่า สมัยสงครามอินโดจีน เคยมีเครื่องบินมาตกที่ทุ่งนาบริเวณนี้ครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อ 40 ปีก่อนและพบระเบิดตกใส่ที่นาหลายลูก ทุกวันจะพบเครื่องบินหลายชนิดทั้งลำใหญ่ลำเล็กมีทุกสี รวมทั้งเครื่องบินรุ่นที่ตก 4-5 ลำ ขับมาตีโค้งบินวนรอบบริเวณที่นาตรงนี้ ก่อนจะร่อนลงสนามบินนครพนม จากตั้งแต่เช้าถึงกลางดึกนับจำนวนได้มีกว่า 10 ลำ โชคดีที่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต แต่ก็ยังหวาดผวาหากจะมาตกในเวลากลางวันช่วงที่ออกเก็บมันและทำไร่ทำนา

