วันที่ 17 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 01.30 น. พ.อ.ชัยวิทย์ พิมพ์ทอง รองผู้อำนวยการกองข่าวภัยแทรกซ้อน พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ กอง 12 ศูนย์รักษาความปลอดภัย บก.ทท. และเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.15123 ฉก.นราธิวาส 30 ได้ร่วมสนธิกำลังจับกุมชาวโรฮีนจาจำนวน 27 คน แยกเป็นชาย 22 คน ผู้หญิง 3 คน และเด็ก 2 คน ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ที่กระบะบรรทุกของรถยนต์ 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า ที่มีผ้าใบปิดช่วงท้ายกระบะบรรทุกอย่างมิดชิด ซึ่งมีนายสมรักษ์ ปิ่นสังข์ อายุ 43 ปี เป็นคนขับ และมีบุตรชาย 1 คนนั่งมาด้วย
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อ พ.อ.ชัยวิทย์ พิมพ์ทอง รอง ผอ.กองข่าวภัยแทรกซ้อน ได้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาติดตามรถยนต์บรรทุก 10 ล้อคันดังกล่าวมาห่างๆ จากพื้นที่แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร หลังจากทราบว่าเป็นกลุ่มเครือข่ายค้ามนุษย์ พร้อมกับประสาน พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ กอง 12 ศูนย์รักษาความปลอดภัย บก.ทท. ติดตามข่าวสารที่มีการติดต่อกันเป็นระยะๆ เพื่อที่จะจับกุมเอเย่นต์ค้ามนุษย์ซึ่งอยู่เบื้องหลัง จนกระทั่งถึงด่านตรวจบ้านโคกมะเฟือง หมู่ 1 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกับทหารแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นรถยนต์ 10 ล้อคันดังกล่าว จนพบชาวโรฮีนจาจำนวน 27 คน หลบซ่อนตัวอยู่ที่กระบะบรรทุก เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายสมรักษ์และบุตรชาย รวมทั้งชาวโรฮีนจามาทำการสอบสวนในเบื้องต้นที่ สภ.ตากใบ
ด้านนายสมรักษ์ให้การว่า รถยนต์ 10 ล้อคันดังกล่าวเป็นของเถ้าแก่ อยู่ จ.นครศรีธรรมราช โดยตนได้โกหกเถ้าแก่ว่ามีคนว่าจ้างพิเศษจะบรรทุกของจากพื้นที่กรุงเทพมหานครมาส่งยัง อ.แว้ง จ.นราธิวาส แต่ข้อเท็จจริงตนแอบรับจ้างบรรทุกชาวโรฮีนจามาส่งในพื้นที่ อ.แว้ง ได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 30,000 บาท โดยมารับชาวโรฮีนจาในพื้นที่แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เห็นว่ามีรายได้ดีจึงรับจ้างทำมา 3 ครั้ง จึงถูกจับกุมในที่สุด
จากการสอบสวนชาวโรฮีนจารายหนึ่งผ่านล่าม เจ้าหน้าที่ทราบว่าชาวโรฮีนจากลุ่มนี้ได้หลบหนีจากประเทศเมียนมาข้ามแดนด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเสียเงินค่านายหน้าเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีค่าหัวรายละ 15,000 บาท โดยแอบลักลอบนั่งรถยนต์บรรทุก 6 ล้อเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะนั่งรถยนต์ 10 ล้อที่ถูกจับกุมเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยจะข้ามเรือที่ช่องทางข้ามริมพรมแดนในพื้นที่ อ.แว้ง จ.นราธิวาส เข้าพื้นที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยจะมีนายหน้าชาวมาเลเซียเดินทางมารับเพื่อไปทำงานตามที่ต่างๆ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งดำเนินคดีในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ นายสมรักษ์ ปิ่นสังข์ และบุตรชาย เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลถึงขบวนการเครือข่ายค้ามนุษย์ ที่กรมทหารพรานที่ 46 อ.เมืองนราธิวาส เพื่อที่จะขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการค้ามนุษย์ให้สิ้นซาก ก่อนที่จะจับกุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

