ตึงเครียด! เจ้าของบ่อกุ้งคลั่งยาบ้า ใช้ปืนจี้สาวเป็นตัวประกันในบ้าน ตร.ล้อมเจรจาข้ามวันจนยอมปล่อยตัว

17.03.17 | 11:10 น.

วันที่ 17 มีนาคม 2560 พ.ต.อ.พงศธร ศรีเปลี่ยนจันทร์ ผกก.สภ.โคกขาม ได้รับแจ้งเหตุมีคนเสพยาเสพติดแล้วเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนจับหญิงสาวเป็นตัวประกันกักขังไว้ภายในบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 8 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ทราบ ก่อนนำกำลังเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.วีระ วิจิตรหงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกขาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน กองกำกับการ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และตำรวจชุดจู่โจม

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ถูกปิดประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หน้าต่างก็ถูกปิดสนิท มีเพียงคนที่อยู่ด้านนอกคอยส่งเสียงร้องเรียกให้คนที่อยู่ในบ้านปล่อยหญิงสาวที่เป็นตัวประกันออกมา แต่ก็ไม่เป็นผล ซึ่งต่อมาทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้หญิงสาวเป็นตัวประกันแล้วกักขังไว้ภายในบ้านคือนายพีรดิษฐ์ หรือเด่น ชาวบ้านเกาะ อายุ 38 ปี เป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวและพักอาศัยอยู่เพียงคนเดียว มีอาชีพเป็นเจ้าของบ่อเลี้ยงกุ้งที่มีที่ดินอยู่ตรงหน้าบ้านนั่นเอง ส่วนหญิงสาวที่ถูกจับเป็นตัวประกันคือนางสาวจันทนี วินิตย์ผล หรือชมพู อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 330 ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งตลอดระยะเวลาที่นายพีรดิษฐ์ได้จับนางสาวจันทนีกักขังไว้ในบ้านนั้นก็ได้มีการทำร้ายร่างกายด้วยการตบตี ฟาดด้วยท่อนเหล็กเป็นระยะๆ พร้อมกับโทรศัพท์ออกมาพูดคุยกับนายบรรพต บรรจง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/3 หมู่ 8 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เพื่อบอกให้ไปตามคนที่ชื่อบอลมาพูดคุยกันถึงหนี้สินที่นายบอลเอาจากนายพีรดิษฐ์ไป ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตรึงกำลังรอบบ้าน แต่ไม่สามารถเข้าไปภายในได้ เนื่องจากคนร้ายได้ปิดล็อกประตูและหน้าต่างไว้หมดทุกบาน อีกทั้งยังมีการยิงปืนข่มขู่และปาประทัดออกมาเป็นระยะๆ ท่ามกลางความมืดสนิท เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปใกล้ รวมถึงยังไม่ยอมเจรจากับใครทั้งสิ้น จะขอคุยแต่กับคนที่ชื่อบอลเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองก็ไม่สามารถจู่โจมเข้าไปได้เพราะเกรงว่าตัวประกันจะเป็นอันตราย

จากการสอบถามนายอภิชัย ชมพูประทีป อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 330 ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นสามีของนางสาวจันทนี วินิตย์ผล หญิงสาวที่ตกเป็นตัวประกัน เล่าว่า ตนเองและภรรยาเป็นเพื่อนกับคนร้ายมานานนับสิบปีแล้ว โดยตนเองและภรรยานั้นได้หยุดงานรับเหมาก่อสร้างมาช่วยนายพีรดิษฐ์ทำการเปิดบ่อเลี้ยงกุ้ง ทั้งวางท่อสูบน้ำและนำน้ำเข้าวัง (บ่อเลี้ยงกุ้ง) ซึ่งเมื่อช่วงเย็นนี้ตนเองได้ลงไปวางท่อเพื่อจะสูบน้ำทางด้านท้ายของบ่อเลี้ยงกุ้ง ส่วนภรรยาและลูกชายอยู่ในบ้านของคนร้ายเพื่อช่วยเก็บทำความสะอาดภายในบ้านและทำกับข้าวให้กิน ซึ่งก็เป็นปกติทุกครั้งที่ครอบครัวมาเยี่ยมนายพีรดิษฐ์ แต่ปรากฏว่าในช่วงที่ตนกำลังวางท่อสูบน้ำอยู่นั้นก็มีลูกพี่ลูกน้องของคนร้าย พาลูกชายไปส่งให้ตนแล้วบอกว่านายพีรดิษฐ์จับตัวชมพู (นางสาวจันทนี) กักขังไว้ในบ้านโดยมีอาวุธปืนด้วย อีกทั้งยังข่มขู่ไม่ให้ใครเข้าไปใกล้ ซึ่งพอตนทราบก็รีบกลับมาที่บ้านของนายพีรดิษฐ์ แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยภรรยาได้ จึงได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ต่อมาก็มีการเจรจาผ่านทางโทรศัพท์ที่นายพีรดิษฐ์จะโทรออกมาเป็นระยะๆ แต่ให้นางสาวจันทนีเป็นคนคุย เนื่องจากนายพีรดิษฐ์มีความบกพร่องทางการได้ยิน (ภาวะหูดับ) ไม่สามารถติดต่อสื่อสารเองได้ ซึ่งเบื้องต้นนายพีรดิษฐ์ได้เรียกร้องเงิน 60,000 บาทจากญาติคนหนึ่ง โดยอ้างว่าเป็นเงินที่ญาติคนนั้นจ้างให้ไปทำงานบางอย่างแต่ไม่ยอมจ่ายค่าจ้างให้ ซึ่งหากได้เงิน 60,000 บาทแล้วก็จะยอมปล่อยตัวประกัน ดังนั้น ทางญาติๆ ที่อยู่ด้านนอกจึงนำเงินไปวางไว้ให้ที่หน้าบ้าน แต่เมื่อได้เงินแล้วนายพีรดิษฐ์กลับไม่ยอมปล่อยตัวประกัน ยังคงกักขังไว้ในบ้าน อีกทั้งยังมีการทำร้ายร่างกายด้วย แล้วคนร้ายยังได้โทรศัพท์ออกมาบอกว่าต้องการให้ใครก็ได้ไปพาตัวนายบอลมาพูดคุยกันเรื่องเงิน 130,000 บาทที่นายบอลเอาไปแล้วไม่ยอมเอามาคืน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ให้คนไปตามนายบอลมาเพื่อหวังจะให้พูดจาเกลี้ยกล่อมคนร้ายผ่านทางโทรศัพท์ แต่ปรากฏว่านายบอลได้ออกจากบ้านไปแล้ว ซึ่งก็ต้องใช้ความพยายามในการหลอกล่อว่านายบอลกำลังมาแต่คนร้ายก็ไม่เชื่อ และข่มขู่ว่าหากนายบอลไม่มาก็จะทำร้ายตัวประกัน และเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงตัวประกันก็เริ่มอ่อนแรง แต่ก็ยังคงติดต่อออกมาพูดคุยกับคนภายนอกได้ตามคำสั่งของคนร้าย แม้จะมีคนที่สนิทกับคนร้ายพยายามเข้าไปเกลี้ยกล่อมที่หน้าประตูบ้าน แต่ก็ถูกส่งเสียงตะโกนด่าไล่ และบางครั้งก็มีการจุดประทัด บางครั้งก็ยิงปืนออกมาข่มขู่ด้วย

 

Advertisement

ในที่สุด เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องใช้วิธีการตรึงกำลังโดยรอบไว้ก่อน เพราะยังไม่สามารถจู่โจมเข้าไปได้เนื่องจากนายพีรดิษฐ์คนร้ายปิดประตู-หน้าต่างทุกบานและยังปิดไฟในบ้านมืดสนิทอีกด้วย ส่วนสาเหตุที่นายพีรดิษฐ์คนร้ายเกิดอาการคลุ้มคลั่งจนใช้อาวุธปืนจี้นางสาวจันทนีเป็นตัวประกัน ทั้งๆ ที่เป็นภรรยาของเพื่อนสนิทนั้นก็เนื่องจากว่านายพีรดิษฐ์มีอาการทางประสาทอันเกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายในช่วงวัยรุ่นแล้วก็ขาดการรักษาไปนานหลายปี เพราะต้องโทษจำคุกหลายคดี ทั้งเสพยาเสพติด โทรมหญิง และครอบครองจำหน่ายยาเสพติด เพิ่งจะพ้นโทษมาได้เกือบ 1 ปี โดยในช่วงที่อยู่ในเรือนจำนั้นก็ขาดการรักษาไป ทำให้เป็นโรคหูดับและมีอาการทางประสาทร่วมด้วย อีกทั้ง 5 วันที่ผ่านมานายพีรดิษฐ์คนร้ายก็ดื่มสุราอย่างต่อเนื่องและมีการเสพยาบ้าร่วมด้วย จึงเกิดอาการประสาทหลอนว่า นางสาวจันทนีและนายอภิชัยสองสามี-ภรรยาที่เป็นเพื่อนกันมากว่า 10 ปีนั้นเป็นสายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว

 

ด้าน พ.ต.อ.วีระกล่าวว่า ที่ไม่สามารถให้ชุดจู่โจมเข้าชาร์จคนร้ายเพื่อช่วยตัวประกันในตอนกลางคืนได้นั้น เพราะคนร้ายมีทั้งอาวุธปืนและมีด อีกทั้งยังค่อนข้างที่จะระแวงตลอดเวลา ไม่ยอมอยู่ห่างจากตัวประกันเลย แม้จะเอาอะไรไปให้กินก็ไม่ยอมออกมา ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพราะอาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งกับตัวประกันและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้น จึงต้องใช้วิธีการตรึงกำลังรอบนอกและรอจนกว่าจะมีแสงอาทิตย์ทำให้มองเห็นรอบด้าน จึงจะสั่งปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันได้ ซึ่งก็จะทำให้เกิดความปลอดภัยทั้งแก่ตัวประกัน ตำรวจ รวมถึงตัวผู้ต้องหาด้วย

 

ต่อมา เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 17 มีนาคม 2560 ปรากฏว่านายพีรดิษฐ์คนร้ายได้ยอมปล่อยตัวนางสาวจันทนีตัวประกันให้ออกมาจากบ้านเองโดยไม่ต้องมีใครเข้าไปช่วย ซึ่งสภาพของตัวประกันนั้นได้เดินออกมาอย่างค่อนข้างอ่อนแรง มีรอยฟกช้ำเกือบทั่วร่างกาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบนำตัวขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาลสมุทรสาครทันที ส่วนตัวผู้ต้องหาเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้นายบรรพต บรรจง ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องคนสนิทเข้าไปเจรจา โดยนายพีรดิษฐ์ก็ยอมแต่โดยดี อีกทั้งยังบอกให้นายบรรพตเข้าไปเก็บอาวุธปืนที่อยู่ในห้อง หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าควบคุมตัวไว้พร้อมกับเก็บอาวุธปืนไว้ได้ทั้งหมด 2 กระบอก กับเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมาก โดยได้นำตัวคนร้ายส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกขาม เพื่อดำเนินคดีในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และมีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนสาเหตุเบื้องต้นก็คาดว่ามาจากความเครียดปัญหาเรื่องเงินที่เพื่อนชื่อบอลยืมเงินไป 130,000 บาทแล้วไม่ยอมคืน เพราะนายพีรดิษฐ์ต้องการนำไปใช้ในการซ่อมรถแบ๊กโฮเพื่อใช้ในการตักดินทำคันบ่อเลี้ยงกุ้ง ประกอบกับอาการทางโรคประสาทกำเริบและเมาสุรากับเสพยาบ้าด้วยจึงได้ก่อเหตุดังกล่าว

ขณะที่นายบรรพต บรรจง อายุ 33 ปี ลูกพี่ลูกน้องกับนายพีรดิษฐ์และเป็นผู้ที่เข้าไปเจรจานั้นก็เล่าว่า หลังจากที่นายพีรดิษฐ์ยอมปล่อยตัวประกันออกมาแล้ว ตนเองก็ได้เข้าไปพูดคุยกับนายพีรดิษฐ์ ซึ่งขณะนั้นคนร้ายกำลังกวาดบ้านอยู่ และบอกว่าง่วงนอน อยากจะนอน ส่วนอาวุธปืนอยู่บนที่นอนในห้อง ถ้าอยากได้ก็ให้เข้าไปเอา ซึ่งตนรู้ว่านายพีรดิษฐ์จะไม่ทำร้ายตนอย่างแน่นอน จึงเดินเข้าไปหยิบอาวุธปืนไว้ก่อน จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวนายพีรดิษฐ์ไว้ได้โดยไม่มีใครเป็นอันตรายแต่อย่างใดทั้งสิ้น ส่วนนิสัยของนายพีรดิษฐ์นั้น ถ้าเวลาปกติจะขยันทำงานในบ่อเลี้ยงกุ้ง ไม่มีการทะเลาะวิวาทกับใคร แต่ถ้าเมาสุราหรือเสพยาเสพติดเมื่อไหร่ก็จะมีอารมณ์รุนแรง จึงไม่มีใครเข้าใกล้เวลาที่นายพีรดิษฐ์เมาสุราหรือเสพยาเสพติด แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยทำร้ายญาติพี่น้องคนไหนมาก่อน

ส่วนนายพีรดิษฐ์คนร้ายไม่ยอมพูดจาใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่ส่งเสียงบอกให้ลูกพี่ลูกน้องกันเก็บเงินไว้ให้ดี