แฉอีก! คนจีนโฆษณา คอร์สอาสาตร.รอบหน้าเปิดก.พ. เรียนจบได้บัตรตำรวจ ผบก.น.3 ขีดเส้น 3 วันรู้ผลสอบ
จากกรณีที่ปรากฏในสื่อโซเชียลว่า ตำรวจนครบาล 3 มีการเรียกเก็บค่าคอร์สเข้าอบรมเป็นอาสาสมัครตำรวจบ้านกับชาวจีน โดยคิดราคาคอร์สละ 38,000 บาท โดยต่อมา มีการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็นการจัดอบรมของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงแค่เป็นวิทยากรนั้น
พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้กำชับให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีหนังสือจากมหาวิทยาลัยสยาม ได้มีการจัดโครงการอบรมหลักสูตรแจ้งข่าวอาชญากรรมและให้ความรู้ในการป้องกันตัวเองแก่นักศึกษาต่างชาติ โดยมหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการจัดอบรมและขอความร่วมมือจาก กก.สส.บก.น.3 เป็นที่ปรึกษาแนะนำให้ความรู้ ทางตำรวจเห็นว่าการจัดอบรบดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งทาง กก.สส.บก.น.3 เห็นว่ามหาวิทยาลัยสยามเป็นผู้จัดการอบรมใช้งบประมาณและสถานที่ตามที่มหาวิทยาลัยสยามกำหนด
นอกจากนี้ยังพบว่าทางมหาวิทยาลัยได้มีหนังสือมายังกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 เลขที่ 13DECC2567CHI1ac1 ลงวันที่ 13 ธ.ค.2567 โดยมี Dr.LI ZHANG ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนานาชาติ มหาวิทยาลัยสยามเป็นผู้ลงนาม ถึงการจัดทำโครงการฝึกอบรมนักศึกษา นานาชาติ มหาวิทยาลัยสยาม จำนวน 30 คน และขอความอนุเคราะห์จัดวิทยากรพิเศษบรรยาย โดยมี พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ช่วงวงศ์ รอง ผกก.สส.บก.น.3 เป็นผู้ประสานงานและผู้ร่วมพัฒนาร่างโครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นหนังสือจริงและเป็นหนังสือที่ออกโดยถูกต้องหรือไม่
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้น ผบก.น.3 ได้มีคำสั่ง บก.น.3 ที่ 1/2568 ลง 2 ม.ค.2568 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมี พ.ต.อ.สุทธิศักดิ์ วันที รอง ผบก.น.3 เป็นประธาน หากพบว่ามีการกระทำผิดวินัย จะได้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ล่าสุด ในรายการ ถกไม่เถียง ทางช่อง 7 ได้เปิดคลิปวิดีโอ ที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ เป็นชายชาวจีน โฆษณาหลักสูตรดังกล่าวในติ๊กต็อก โดยชายชาวจีน ได้พูดว่า “คุณรู้หรือไม่ ว่าประเทศไทยจับคนร้ายอย่างไร ตำรวจสอบสวนกลางจะรับสมัครเจ้าหน้าที่ตำรวจสำรอง โดยจะเปิดรับสมัครเดือนกุมภาพันธ์ ได้เอกสารทั้งหมด รวมถึงบัตรประจำตัวตำรวจ หากใครสนใจจับคนร้ายในไทยก็สามารถติดต่อได้”
ทั้งนี้ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ ระบุว่า เบื้องต้น ได้เห็นพยานหลักฐาน เป็นจดหมายเชิญจากทางมหาวิทยาลัย ฝึกอบรมนักศึกษานานาชาติมหาวิทยาลัยสยาม เขาขอความอนุเคราะห์วิทยากรพิเศษไปบรรยาย จึงได้ส่งรองผู้กำกับสืบสวนไปบรรยาย และ ปรากฏตามสื่อ ไปบรรยาย เข้ารับการอบรมจริง แต่ไม่ทราบว่ากี่วัน เบื้องต้นไปบรรยายเพียง 1 วัน
เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่ว่ามีการเก็บค่าอบรม 38,000 บาท ต่อคอร์สนั้น พล.ต.ต.เกียรติกุล กล่าวว่า ก็อ่านจากข่าวว่ามีการเรียกเก็บ เนื่องจากว่าโครงการ อ้างว่าเป็นของมหาวิทยาลัยสยาม ทำหนังสือมา ไม่ใช่ทางเราจัด ถ้าตามระเบียบ ทางหัวหน้าสถานี ซึ่งเป็นผกก.จะจัดอบรม จะมีรูปแบบ 2 อย่าง คือ อาสาตำรวจบ้านและ อาสาจราจร มีคุณสมบัติชัดเจน ต้องมีสัญชาติไทย รูปแบบของบัตร ก็ไม่เหมือนกับที่ปรากฏในสื่อ ตอนนี้เห็นบัตรตำรวจในข่าวแล้ว ถ้าถามก็ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย น่าจะเป็นโครงการที่ทำหนังสือมาขอเป็นคนทำ ตำรวจไม่ได้เป็นคนทำแน่นอน เท่าที่เห็นพยานหลักฐาน เขาขอวิทยากรไป

ผบก.น.3 กล่าวอีกว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ให้รายงานผลให้ทราบใน 3 วัน อย่างไรก็ตาม ภาพปรากฏชัด แต่งเครื่องแบบมอบใบประกาศอยู่
“ต้องรับฟังให้ได้ชัดเจนก่อนว่า ตอนไปเป็นวิทยากร รับทราบรายละเอียดอะไรบ้าง วุฒิบัตรต่างๆที่มอบกัน เอาไปทำอะไร ย้อนไปก่อน ตอนที่ประกาศอบรมโครงการ เขาไปโฆษณาว่าอย่างไร ถ้าเป็นไปตามในคลิป ว่าเป็นตำรวจสำรอง ผมก็ว่าเข้าข่ายการฉ้อโกง หลอกลวง เพราะบัตรต่างๆ บังคับไม่ได้จริง การจะเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ต้องมาอบรมตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

“ผมให้รายงานผลใน 3 วัน ถ้าพบว่ามีมูลคนกล่าวหาวินัย ต้องกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงด้วย ท่าน ผบช.น.ก็เป็นห่วง ว่าพี่น้องคนจีน อาจจะถูกชักจูงในลักษณะรูปแบบนี้ ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะดูว่ามีการโฆษณาชวนเชื่อด้วยหรือไม่”
ด้าน คนจีนที่มาโฆษณานั้น ผบก.น.3 กล่าวว่า คนจีนที่โฆษณา เบื้องต้น หากไม่ทำได้จริง มีการเสียเงิน คนที่อบรมไปแล้ว เป็นผู้เสียหายในฐานความผิดข้อหาฉ้อโกง ในส่วนของตำรวจ ต้องดูว่าเกี่ยวข้องอย่างไร รับรู้รับทราบหรือไม่ ส่วนทางมหาวิทยาลัยนั้น จะต้องประสานงานก่อน ทาง ดร.ลี่จาง ที่เซ็นหนังสือมาขอ ก็ประกอบว่า มีตำแหน่งจริงไหม และจัดโครงการจริงหรือไม่ วัตถุประสงค์ที่แจกบัตรเพื่ออะไร

