วันที่ 17 มีนาคม จากกรณี 2 เยาวชนได้พากันงัดหน้าต่างห้องเรียนชั้น ป.6 ร.ร.บ้านหนองม่วงหนองแต้ ต.พยุห์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อเข้าไปเล่นในห้องเรียนและทำให้สื่อการเรียนการสอนต่างๆ ภายในห้องเรียนได้รับความเสียหายพังยับเยิน โดย สภ.พยุห์เชิญ 2 ฝ่ายเจรจาค่าเสียหาย ซึ่งทาง ร.ร.เรียกค่าเสียหายจำนวน 62,692 บาท ก่อนที่ต่อรองเหลือจำนวน 40,000 บาท แต่ก็ยังไม่มีข้อยุติเนื่องจากพ่อแม่ของ 2 เยาวชนมีฐานะยากจนนั้น เมื่อเวลา 08.15 น. ที่ ร.ร.บ้านหนองม่วงหนองแต้ ซึ่งขณะนี้ได้มีการปิดเรียนเนื่องจากว่าคณะครูและ น.ร.พากันไปทัศนศึกษาที่ จ.อุบลราชธานี
โดยที่ห้องเรียนชั้น ป.6 ซึ่งเป็นห้องที่เกิดเหตุ นักการภารโรงของ ร.ร.และคณะกำลังเก็บกวาดทำความสะอาดห้องเรียนที่ถูกทำลายพังเสียหาย บริเวณพื้นห้องมีการล้างสีที่เปรอะเปื้อนออก ส่วนบริเวณฝาผนังมีการเช็ดถูทำความสะอาด สื่อการเรียนการสอนบางส่วนยังสามารถใช้การได้ แต่ว่าบางส่วนถูกสีหมึกเลอะทำให้เสียหาย โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชม.ก็สามารถทำความสะอาดห้องได้แล้วเสร็จ สามารถใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติแล้ว ขาดเพียงสื่อการเรียนการสอนเท่านั้น

นายกิติศักดิ์ มณฑาทิพย์ อายุ 40 ปี นักการภารโรงของ ร.ร.บ้านหนองม่วงหนองแต้ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 13 มี.ค. ตนได้มาพบว่าห้องเรียนชั้น ป.6 ซึ่งมี น.ส.พิรญาณ์ พิมสอน เป็นครูประจำชั้นถูกทำลายพังเสียหายยับเยิน จึงได้โทรศัพท์รายงานเหตุการณ์ด่วนให้นายจิรวัฒน์ ธนวาที ผอ.ร.ร.ได้รับทราบแล้ว ขณะนี้ได้รับคำสั่งจาก ผอ.ร.ร.ให้ทำความสะอาดห้องเรียนที่เกิดเหตุเพื่อให้สามารถใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติต่อไป
ด้านนายมนัส คันธชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านหนองแต้ได้นำสื่อมวลชนไปตรวจสอบสภาพครอบครัวของ ด.ช.เอ และ ด.ช.บี พบว่าสภาพครอบครัวของเด็กทั้ง 2 คนมีฐานะยากจน โดย ด.ช.เอ อาศัยอยู่กับป้า ส่วนพ่อแม่ไปทำงานรับจ้างอยู่ที่ จ.สระแก้ว ไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านนานแล้ว เมื่อป้าไปทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่ตัว จ.ศรีสะเกษ ก็จะพักอาศัยอยู่กับยายและน้าสาว โดยน้าสาวของ ด.ช.เอแจ้งว่า ขณะนี้ได้จ่ายเงินให้กับทาง ร.ร.ล่วงหน้าไปแล้วจำนวน 5,000 บาท ส่วน ด.ช.บีอาศัยอยู่กับบิดาซึ่งไม่ได้ทำงาน ส่วนแม่ไปทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้างค่าจ้างรายวันที่ อ.พยุห์ มีรายได้วันละ 250 บาทเลี้ยงครอบครัว
ขณะที่บิดาของ ด.ช.บีกล่าวว่า ทาง ร.ร.เรียกร้องค่าเสียหายมาจำนวนทั้งสิ้น 62,692 บาท และต่อรองเหลือ 40,000 บาท ซึ่งตนจะต้องรับผิดชอบจำนวน 20,000 บาท แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนไปจ่ายเป็นค่าเสียหายให้กับทาง ร.ร. เนื่องจากว่าไม่มีรายได้อะไร มีที่นาทำกินเพียง 1 ไร่ก็ทำนาได้ไม่พอกินเพราะฝนแล้ง คิดว่าก็คงต้องขึ้นอยู่กับความกรุณาของผู้ใหญ่บ้านและทาง ร.ร.ที่จะพิจารณา เพราะไม่รู้ว่าจะหาเงินจากที่ใดไปจ่ายให้ทาง ร.ร. และได้มีการเรียกร้องเงินมาก่อนจำนวน 7,000 บาท ส่วนที่เหลือจะต้องทยอยจ่ายให้ครบ ตนไม่มีเงินแต่อย่างใดและขณะนี้ก็ไม่มีแม้แต่ข้าวจะกินในครอบครัว ต้องซื้อข้าวสารทีละ กก.มาหุงกินกันตาย 3 คนพ่อแม่ลูก

นายมนัสกล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบรายการค่าเสียหายที่ทาง ร.ร.เรียกร้องมาแล้วเห็นว่า ทาง ร.ร.เสนอรายการมาเพื่อที่จะซื้อใหม่ทั้งหมด แม้แต่พื้นห้องก็จะทำใหม่เป็นเงินกว่า 20,000 บาท คอมพิวเตอร์ 15,000 บาท ทีวี 6,000 บาท หนังสือเรียน 8,000 บาท และอื่นๆ รวมแล้วกว่า 62,692 บาท เป็นค่าเสียหายที่สูงมากเกินไป เนื่องจากว่าอุปกรณ์บางอย่างเช่นคอมพิวเตอร์ ทีวี พื้นห้อง ยังคงพอใช้การได้ เพียงแต่เปรอะเปื้อนสีเท่านั้น เช็ดทำความสะอาดก็คงพอจะใช้การได้เช่นเดิม ไม่อยากให้ทาง ร.ร.ตึงมากเกินไป เพราะว่าเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ แม้แต่กฎหมายก็ยังไม่เอาผิด แต่ว่าทาง ร.ร.อาจจะเห็นว่าเด็กทั้ง 2 คนไม่ได้เรียนหนังสือใน ร.ร.แห่งนี้ จึงอาจจะเรียกร้องค่าเสียหายสูงมาก คิดว่าควรที่จะดูสภาพข้อเท็จจริงว่าผู้ปกครองของเด็กทั้ง 2 คน ฐานะเป็นอย่างไร
“เด็กทำผิดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ควรที่จะเจรจาปรองดองกัน ไม่ควรที่จะฉวยโอกาสนี้เรียกร้องค่าเสียหายที่สูงมาก เพราะว่าหากไม่ผ่อนสั้นผ่อนยาวก็อาจจะทำให้ชาวบ้านแอนตี้ทาง ร.ร.ได้ เนื่องจากว่าหมู่บ้านนี้เป็นญาติพี่น้องกันทั้งหมด อีกทั้งชาวบ้านก็เข้าไปให้การสนับสนุนช่วยเหลือทาง ร.ร.มาโดยตลอด หากครั้งนี้ทาง ร.ร.ตึงมากเกินไปโดยไม่ผ่อนปรนก็จะทำให้ขาดกันกับชาวบ้าน เกรงว่าชาวบ้านจะพากันหันหลังให้ ร.ร.เพราะว่าเรื่องแค่นี้จะเอากันถึงตาย ชาวบ้านก็อาจจะไม่ให้บุตรหลานไปเรียนหนังสือ เพื่อเป็นการแอนตี้เรื่องนี้ก็ได้ โดยจะนำเรื่องไปประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของ ร.ร.เพื่อหาทางปรองดองร่วมกัน ไม่ใช่ว่า เด็กทำผิดแล้วจะให้พ่อแม่รับผิดชอบทั้งหมดทั้งที่ฐานะยากจนมาก ไม่มีจะกิน ก็คงจะเป็นไปไม่ได้” นายมนัสกล่าว
นอกจากนี้ พ.ต.อ.เศวต เศวตวิวัฒน์ ผกก.สภ.พยุห์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.กิตติธัช จันทะเสน พนักงานสอบสวน สภ.พยุห์เชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจาค่าเสียหายกันในเร็วๆ นี้ เพื่อที่จะได้หาทางออกร่วมกัน เรื่องนี้เห็นว่าทุกฝ่ายคงไม่อยากให้มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดแล้วก็ควรจะมีทางออกปรองดองร่วมกันที่ทำให้ทุกฝ่ายได้รับความพึงพอใจ โดยได้รายงานเรื่องนี้ให้ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษทราบแล้วและได้กำชับว่า ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่

