ทันตแพทยสภาจับมือภาคี เดินหน้าแก้ ‘จัดฟันแฟชั่น-ฟันเทียม’ ผิดกฏหมาย ดันประกาศเป็นวาระแห่งปี

17.03.17 | 13:47 น.

เมื่อเร็วๆนี้ แผนงานพัฒนาวิชาการและกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ(คคส.) วิทยาลัยการคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและสุขภาพแห่งประเทศไทย(วคบท.) และทันตแพทยสภาจัดการประชุมเชิงปฎิบัติการเพื่อรวบรวมข้อมูลสถานการณ์และวางแผนแก้ไขปัญหาจัดฟันแฟชั่น-ฟันเทียมที่ผิดกฎหมาย ณ โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต ดอนเมือง

โดยคคส.ในฐานะเจ้าภาพ ได้เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมหารือ ได้แก่ งานคุ้มครองผู้บริโภค และงานทันตสาธารณสุขจากสำนักงานสาธารณสุขทั่วประเทศ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทยและนักวิชาการเข้าร่วมอย่างเต็มรูปแบบ นับเป็นก้าวใหม่ของประวัติศาสตร์การแก้ไขปัญหาจัดฟันแฟชั่นและฟันเทียมที่ผิดกฎหมายอย่างเป็นระบบ

ผศ.ดร.วรรณา ศรีวิริยานุภาพ รองผู้จัดการแผนงานพัฒนาวิชาการและกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ เผยว่าปัญหาจัดฟันแฟชั่นและฟันเทียมที่ผิดกฏหมายเป็นปัญหาที่ซับซ้อน มีผู้เกี่ยวข้องในกฎหมายหลายฉบับ ที่ผ่านมาเราแยกกันทำงาน ทำให้ประสิทธิภาพในการป้องปรามปัญหาดังกล่าวไม่ดีเท่าที่ควร ปัญหาเหล่านี้ยังคงแฝงตัวทำร้ายสุขภาพของเยาวชนและประชาชนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นตามความก้าวหน้าของโลกดิจิทัล ส่วนทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล อุปนายกคนที่ 2 ทันตแพทยสภา ได้ย้ำว่า ปัญหาจัดฟันแฟชั่นเป็นปัญหาที่มีมานานกว่า 10 ปี ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมากลับมาเป็นที่นิยมของวัยรุ่นอีกครั้ง ซึ่งต้องการความร่วมมือในการกัน ทั้งในการให้ความรู้เปลี่ยนค่านิยมของวัยรุ่น การจับกุมผู้กระทำความผิด ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้

นทพ.ธนัชพร จินดานิล นิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีการขายอุปกรณ์จัดฟันแฟชั่นทาง social media ที่รวบรวมมาได้กว่า 50 แห่ง โดยส่วนมาพบใน Facebook และ Instagram พบตั้งแต่การจำหน่ายอุปกรณ์ Do it yourself(DIY) และอุปกรณ์สำหรับเปิดร้านจัดฟันแฟชั่น มีบริการส่งถึงบ้าน บางร้านสามารถทำรายได้ต่อวันสูงมาก ด้านมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้สุ่มตัวอย่าง ตัวอย่างลวด ยาง ท่อสี และเบคเก็ตที่ใช้จัดฟันแฟชั่นมาตรวจสอบสารพิษ พบว่ามี 2 ตัวอย่างจากที่สุ่มตรวจ 47 ตัวอย่างที่มีแคดเมียมปนเปื้อนในอัตราที่เป็นอันตราย ดังนั้นวัยรุ่นที่นิยมการจัดฟันแฟชั่นก็ยังคงมีความเสี่ยงจากการได้รับแคดเมียมซึ่งเป็นสารพิษเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้กระบวนการทำในแต่ละขั้นยังสามารถก่ออันตรายแก่สุขภาพของผู้ใช้ได้อีกมาก

ภก.ประเสริฐ กิตติประภัสร์ หัวหน้างานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดแพร่ ได้เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาจัดฟันแฟชั่นและฟันเทียมที่ผิดกฎหมายในจังหวัดแพร่ซึ่งมีความโดดเด่นในแง่มาตรการที่หลายหลาย ตั้งแต่การจับกุมกระทั่งถึงการป้องกันโดยอาศัยกลไกปกติที่มีอยู่แล้ว เช่น การประสานงานกับเครือข่ายเยาวชน การประสานงานกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และ โรงเรียนในพื้นที่ โดย ภก.ประเสริฐ ได้ทิ้งท้ายว่า มาตรการทางกฎหมายไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หรือมาตรการเดียวที่เราจะทำได้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

Advertisement

ในการแก้ปัญหาเรื่องจัดฟันแฟชั่น หรือการทำฟันเทียมที่ผิดกฎหมาย มีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง และมีเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายที่แตกต่างกัน เช่น กรณีการจัดฟันแฟชั่นที่ติดเครื่องมือในร้านเสริมสวย ผู้กระทำการจะมีความผิดต่อ พรบ.สถานพยาบาล 2541 พรบ.ประกอบโรคศิลปะ และพรบ.วิชาชีพทันตกรรม 2537 ซึ่งแต่ละพรบ.จะมีผู้รับผิดชอบกฎหมายที่แตกต่างกัน การดำเนินการที่ผ่านมาขึ้นกับเจ้าหน้าที่ตามแต่ละกฎหมายจะดำเนินการ หรือหากเป็นกรณีที่มีการขายอุปกรณ์จัดฟันแฟชั่นออนไลน์ จะมีผู้เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการจับกุมด้วย
พ.ต.อ.ดร. นิติพัฒน์ วุฒิบุญยสิทธิ์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ปอท. และ พ.ต.ท. พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ รอง.ผกก.กก.2 บก.ปคบ. ซึ่งดูแลในกรณีที่มีการค้าขายวัสดุจัดฟันแฟชั่นออนไลน์ และกรณีที่มีการละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคตามลำดับ ได้ให้ความมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองหน่วยงานจะให้ความร่วมมืออย่างแข็งขันในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อลดการคุกคามทางสุขภาพจากปัญหาจัดฟันแฟชั่นและฟันเทียมที่ผิดกฎหมายนอกจากนี้ ตัวแทนจากสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทยและตัวแทนจากนักวิชาการ ได้เข้าร่วมในสะท้อน ติดตามและนำเสนอแนวทางแก้ไขที่สมาคมได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย