รู้ตัวแล้ว คนร้ายแอบรูดบัตรเครดิต ครูสอนเต้นดัง หลังไปแช่ออนเซ็น สูญกว่า 3 แสน ตร.เร่งตามตัว

7.01.25 | 14:32 น.

รู้ตัวแล้ว สืบทองหล่อเร่งติดตามคนร้ายแอบรูดบัตรตอนใช้บริการสปาออนเซ็นย่านสุขุมวิท


เมื่อวันที่ 7 มกราคม พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ทองหล่อ สั่งการให้ พ.ต.ท.อัครพล ธนธรรม รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ ร.ต.อ.สมยศ หมาดสง่า รอง สว.สส.สน.ทองหล่อ ตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้บัตรเครดิตรูด 3 ใบ รวมมูลค่า 343,000 บาท ร้านสปาชื่อดังในโรงแรม ซ.สุขุมวิท 55 ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2567 เวลา 14.01 น.

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 17.33 น. ผู้เสียหายเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนเต้นชื่อดังย่านบางนา ใช้บริการออนเซ็นที่เกิดเหตุ ลงทะเบียนชำระค่าบริการแล้วได้รับริสต์แบน หมายเลข 47 สำหรับใช้สแกนผ่านประตูอัตโนมัติออนเซ็นเกตใช้สแกนเพื่อรับผ้าขนหนูและชุดจินเบ ก่อนเข้าห้องออนเซ็น และใช้เปิดตู้ล็อกเกอร์ ผู้กล่าวหาใช้ริสต์แบนสแกนเปิดตู้หมายเลข 47 เก็บกระเป๋าและบัตรเครดิตไว้ในล็อกเกอร์แล้วตู้ล็อกอัตโนมัติเมื่อปิดประตูตู้

จากนั้นตามวันเวลาที่เกิดเหตุ ผู้กล่าวหาไปแช่ออนเซ็นประมาณ 1 ชม. เมื่อกลับมาที่ห้องล็อกเกอร์พบว่า ทรัพย์สินอยู่ครบไม่สูญหาย แต่ในวันถัดมาพบว่าบัตรเครดิตจำนวน 3 ใบ จาก 3 ธนาคาร ถูกใช้งานในช่วงเวลาที่ผู้กล่าวหาแช่ออนเซ็น บัตรเครดิตถูกรูดใช้งาน 3 ใบ รวมมูลค่า 343,000 บาท รายการที่ 1 บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย จำนวนเงิน 97,000 บาท รายการที่ 2 บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำนวน 2 ครั้ง รวม 130,000 บาท รายการที่ 3 บัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวน 2 ครั้ง รวม 116,000 บาท

Advertisement

โดยผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้ใช้งาน จึงโทรอายัดกับธนาคารและรอผลการตรวจสอบของธนาคาร ต่อมาผู้กล่าวหาไม่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากธนาคาร จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่ามีผู้ต้องหาซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ลักเอาบัตรเครดิตของตนไปใช้ จนเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย พนักงานสอบสวนได้แจ้งฝ่ายสืบสวนทำการสืบหาตัวผู้ต้องหา สอบสวนปากคำผู้กล่าวหา สอบสวนปากคำพยานร้านสปา บันทึกภาพที่เกิดเหตุ ทำแผนที่เกิดเหตุ หมายเรียกพยานไปยังธนาคารที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบข้อมูลรายการบัญชี ผู้ใช้เครื่อง EDC เครื่องอ่านบัตรเครดิต ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย