สืบ 5 จับหลานผู้พิพากษา ลักกระเป๋าแบรนด์เนมขาย มูลค่ารวมเกือบ 4 ล้านบาท
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 มกราคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 พ.ต.อ.ศิรณ์วิชญ์ อินทร ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.วิสูตร เต็งเฉี้ยง สว.กก.บก.น.5 ร.ต.อ.นิเทศ พวงพิลา รอง สว.กก.สส.บก.น.5 ชุดสืบสวน บก.น.5 ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมกันจับกุม น.ส.ปวารณา อายุ 50 ปี ข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถา” ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ.5/2568 ลงวันที่ 4 ม.ค.2568 จับกุมได้ที่ไพรเวตคลับเฮาส์ชื่อดัง ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากผู้เสียหายเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธร์ภาค 8 ได้ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ต ถูก น.ส.ปวารณา ผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งเป็นหลานสาวของผู้เสียหาย ลักทรัพย์เป็นกระเป๋ายี่ห้อ Hermes หนังจระเข้ สีดำ 1 ใบ ราคา 800,000 บาท, กระเป๋ายี่ห้อ Hermes รุ่น Mini bolide croc สีน้ำเงิน 1 ใบ ราคา 800,000 บาท, กระเป๋ายี่ห้อ Chanel รุ่นบอย สีแดง 1 ใบ ราคา 300,000 บาท, กระเป๋า ยี่ห้อ Chanel สีเขียว 1 ใบ ราคา 150,000 บาท, ต่างหูเพชร ยี่ห้อ Hermes 1 คู่ ราคา 1,600,000 บาท ราคารวมมูลค่า 3,650,000 บาท ออกจากบ้านพักใน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เหตุเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2567 จนกระทั่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ขออนุมัติศาลออกหมายจับดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 14 มกราคม ชุดสืบสวนนครบาล 5 ได้รับแจ้งจากชุดสืบสวนเมืองภูเก็ตประสานข้อมูลหลังตรวจสอบพลว่าพบ น.ส.ปวารณาได้หลบหนีมาอยู่ที่ไพรเวตคลับเฮาส์ชื่อดัง ในซอยสุขุมวิท 31 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปยังสถานที่จับกุมดังกล่าว เฝ้าสะกดรอยตาม 2-3 วัน พบผู้ต้องหาตามหมายจับ ยืนอยู่ลานจอดรถร้านดังกล่าว
ร.ต.อ.นิเทศ ชุดจับกุมกุมได้แสดงหมายจับให้ น.ส.ปวารณาดูจนเป็นที่พอใจและรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง สาเหตุที่ทำไปเพราะมีความชื่นชอบสะสมกระเป๋า เรียนจบเมืองนอกมา มี 2 สัญชาติคือไทยและอเมริกา ทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ดูแลระบบบริการการตลาด หลังก่อเหตุนำกระเป๋าของอาตัวเองไปขายเพื่อนำเงินมาหมุนใช้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนควบคุมตัวมาทำบันทึกจับกุบกุมที่ กก.สส.บก.น.5 เพื่อนำส่งศาลจังหวัดภูเก็ต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มีรายงานเพิ่มเติมว่า โดยปกติ น.ส.ปวารณา อาศัยอยู่สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2567 ได้เดินทางกลับมาไทย ไปเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต โดยพักที่บ้านผู้พิพากษา มีศักดิ์เป็นอา ใน ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต
จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่า ผู้ก่อเหตุบินมาประเทศไทยในปี 2567 4-5 ครั้งครั้งสุดท้ายคือเดือนกันยายน 2567
ต่อมา ผู้พิพากษาจะใช้กระเป๋า ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ถูกประทุษร้าย จึงได้เข้าตรวจดูที่ห้องพักพบว่ากระเป๋าหายไป จึงสงสัยว่าคนขับรถเป็นคนลักไป เตรียมไปแจ้งความดำเนินคดี ทั้งนี้ เมื่อคนขับรถรู้เรื่องนี้จึงได้ติดต่อกับ น.ส.ปวารณา โดยผู้อก่อเหตุรู้สึกผิด จึงไลน์มาบอกผู้พิพากษาว่าเป็นคนเอากระเป๋าไปเอง
ผู้พิพากษาประสงค์ดำเนินคดี จึงให้ตัวแทนเข้าพบพนักงานสอบสวนและแจ้งความร้องทุกข์จนนำมาสู่การออกหมายจับดังกล่าว




