เตรียมจัดศูนย์พักพิงชั่วคราว เหตุเพลิงไหม้ประชาราษฎร์สาย 1 ซอย 23
เมื่อวันที่ 18 มกราคม จากกรณีเพลิงไหม้โกดังเก็บไม้ ซอยประชาราษฎร์สาย 1 แยก 23 แขวงและเขตบางซื่อ กทม. โดยที่เกิดเหตุอยู่สุดซอย 23 เป็นซอยคับแคบ ลักษณะเป็นโกดังขนาดใหญ่ ปลูกติดกัน 5 โกดัง ในเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งออกจากโรงเลื่อยจักร์ ฮะเชียงหลี จำกัด เลขที่ 797 ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายไม้แปรรูปและน้ำยาเคลือบไม้ เป็นโกดังสูง 2 ชั้น ด้านหน้าเป็นอาคารปูนสำนักงาน 2 ชั้น ด้านหลังเป็นโกดังเก็บไม้
ก่อนจะลุกลามไปโกดังข้างเคียง รวม 4 โกดัง ประกอบด้วย บริษัท มาสเตอร์คู อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัดมหาชน เลขที่ 795, หจก.บ้วนเซ่นไถ่ เลขที่ 799, หจก.โรงเลื่อยจักร์ ฮะเชียงหลี เลขที่ 801 และโรงเลื่อยซำเฮงล้ง เลขที่ 805 เจ้าหน้าที่จึงระดมวางหัวฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม อย่างทุลักทุเล เนื่องจากเป็นซอยคับแคบ โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมงจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยผู้ติดค้าง จำนวน 3 ราย ออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่งผลให้ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และอยู่ในขั้นตอนการดับถ่านป้องกันไฟปะทุ ตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นพบถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด รวม 5 โกดัง
นายไพฑูรย์ เศรษฐโถ อายุ 60 ปี หัวหน้าคนงาน ของบริษัท หจก.บ้วนเซ่งไถ่ กล่าวว่า ขณะตนกำลังทำงานได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นในโรงเลื่อยจักร์ ฮะเชียงหลี ซึ่งเป็นโกดังขายไม้แปรรูปและน้ำยาเคลือบไม้ชนิดต่างๆ จู่ๆ เกิดกลุ่มควันขึ้น ตนจึงปีนขึ้นไปดูบนชั้น 2 เห็นเพลิงกำลังลุกไหม้ ใกล้กับเบรกเกอร์ไฟฟ้าซึ่งอยู่ด้านในสุดของโกดัง โดยด้านในเป็นกองไม้ทำเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ตนจึงวิ่งไปเอาถังดับเพลิงเพื่อจะวิ่งเข้าไปช่วยดับ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเปิดประตูโกดังได้ เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดของบริษัท ก่อนเพลิงลุกลามไป และหากตนเปิดประตูเข้าไปได้ตั้งแต่ช่วงแรก อาจทำให้ไม่ลุกลามไปไกล แต่ไม่สามารถเปิดประตูได้

ล่าสุดช่วงบ่ายของวันนี้ สำนักงานเขตบางซื่อ และศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตบางซื่อ ตั้งจุดลงทะเบียน ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบสาธารณภัย ภายในวัดอนัมนิกายยาราม หรือวัดญวนบางโพ และจะจัดศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับประชาชนที่ประสบภัย
น.ส.พิณทิพย์ สัตย์เพริศพราย อายุ 57 ปี เจ้าของโรงงาน ที่ประสบภัยเปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 10 โมงครึ่ง ลูกน้องของตนได้ขึ้นไปตากผ้าและเห็นว่ามีกลุ่มควันไฟจำนวนมาก และบวกกับลมที่แรงตนจึงรีบนำคุณแม่และคุณอาออกมาจากโรงงานในบ้านหลังดังกล่าว เนื่องจากคุณแม่ตนป่วยต้องนั่งรถเข็น จึงต้องรีบนำออกมาก่อน ซึ่งสามารถนำคนในบ้านออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่นานไฟก็ลุกโหมลามมาถึงโรงงานตนจนหมดสิ้น ส่วนตัวบ้านเสียหายประมาณ 20% ซึ่งไม่สามารถหยิบข้าวของใช้ในบ้านออกมาได้เลย คาดว่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นประมาณ 7 หลัก แต่ยังไงก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นก็ต้องตั้งสติ

ขณะนี้ตนก็มาลงทะเบียนเยียวยาผู้ประสบภัย โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะจัดถุงยังชีพมาให้แล้ว ส่วนเรื่องเยียวยาค่าเสียหายจากการประสบเพลิงไหม้ครั้งนี้ คงต้องรอเจ้าที่ชี้แจงอีกครั้ง
ทั้งนี้ ตนก็อยากฝากถึงผู้คนทางบ้านให้ระมัดระวังในช่วงนี้ที่เกิดลมแรง อากาศแห้ง ให้ระวังเรื่องจุดธูปจุดเทียนและมีสติอยู่ตลอดเวลา
ด้าน น.ส.บัวผัน อายุ 65 ปี ชาวบ้านข้างเคียงกับโรงงานไม้ ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสายของวันนี้ตอนกำลังขายของอยู่ที่บ้าน ตอนเห็นเกิดควันเพลิงจำนวนมากจึงรีบวิ่งไปดูและรีบกลับมาที่บ้านเพื่อเก็บของ และนำบุคคลภายในบ้านออกจากตัวบ้าน ขณะนั้นตนรู้สึกตกใจมากและทำอะไรไม่ถูกไม่รู้จะเก็บอะไรออกมาจากบ้านบ้าง โชคดีที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทัน จึงไม่ได้รับความเสียหายอะไรมาก มีเพียงบ้านที่ถูกน้ำและกลุ่มควัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้ และสามารถนำคนในบ้าน รวมถึงหลานอายุเจ็ดขวบออกมาได้อย่างปลอดภัย




