บุกโกดังย่านบางปะกอก ลอบซุกไอซ์ในใยฝ้าย ยึดของกลาง 1.65 ตัน รอส่งออกไปต่างแดน

20.01.25 | 14:30 น.

ป.ป.ส. กองทัพเรือบุกโกดังย่านบางปะกอก ยึดใยฝ้าย 140 ม้วน พบชุบเกร็ดไอซ์ในใยฝ้าย 33 ม้วน จับผู้ต้องหาแก๊งไอซ์ข้ามชาติ 5 ราย รวมน้ำหนักของกลาง 1.65 ตัน


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 มกราคม ที่สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) กรุงเทพฯ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายจักกฤช อุเทนสุต รองอธิบดีกรมศุลกากร พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ร.ท.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล รองเสนาธิการทหารเรือ กองทัพเรือ พล.ต.ธีรนันท์ นันทขว้าง ผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก และ น.อ.วิสูตร งิ้วแหลม รองผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง กองทัพอากาศ ร่วมกันแถลงผลการดำเนินงานด้านปราบปรามยาเสพติดใน 2 คดีสำคัญ อันประกอบด้วย

1.ผลปฏิบัติการขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์สินนักค้ายาเสพติดรายสำคัญตามประกาศสืบจับ ยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด เป็นนักค้ายาเสพติดระดับผู้สั่งการ มีบทบาทเป็นผู้ประสานงาน ควบคุมการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จับกุมได้ขณะเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ และ 2.ปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ ใช้ไทยเป็นประเทศทางผ่านเพื่อเตรียมลำเลียงต่อไปยังปลายทางประเทศ เป็นการอำพรางยาเสพติดในม้วนใยฝ้าย มีไอซ์ลักษณะเป็นเกร็ดปะปน รวมถึงปนอยู่ในเนื้อฝ้าย เหตุเกิดภายในโกดังพื้นที่แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม.

Advertisement

นายปฤณ เปิดเผยว่า สำหรับคดีที่ 1 เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการเปิดปฏิบัติการขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์ สินค้ายาเสพติดรายสำคัญ ตามประกาศสืบทรัพย์ ยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท สามารถจับกุมนายพงศ์ศักดิ์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาคดียาเสพติดตามหมายจับศาลอาญา มีบทบาทเป็นระดับผู้สั่งการ ประสานงาน ควบคุมการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ใกล้สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 4 ขณะเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้มีการขยายผลปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักอาศัย กิจการคาเฟ่ร้านอาหาร รวม 4 จุดในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.นนทบุรี ปทุมธานี อ่างทอง ตาก ตรวจยึดทรัพย์สิน อาทิ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง กิจการคาเฟ่ร้านอาหาร รถยนต์ ทองรูปพรรณ บัญชีธนาคาร เป็นต้น รวมมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท

ทั้งนี้ การจับกุมนายพงษ์ศักดิ์ เนื่องมาจากสำนักปราบปรามยาเสพติด สืบสวนข้อมูลทางการข่าวพบว่านายพงษ์ศักดิ์ มีพฤติกรรมเป็นผู้สั่งการดังกล่าวในหลายพื้นที่ จึงตรวจสอบข้อมูลกระทั่งพบว่านายพงษ์ศักดิ์เป็นผู้สั่งการและควบคุมการลำเลียงยาเสพติดเกี่ยวข้องในเคสคดีเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2564 พื้นที่ สภ.เวียงหมอก โดยมีการจับกุมเครือข่ายผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 600,000 เม็ด ไอซ์ 41 กิโลกรัม เหตุเกิดที่ จ.ลำปาง โดยยาเสพติดดังกล่าวถูกลำเลียงจากพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อเตรียมนำส่งปลายทาง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงได้มีการสืบสวนติดตามจับกุมนายพงษ์ศักดิ์ได้ในวันที่ 13 มกราคม 68 นอกจากนี้ ยังพบว่าระหว่างที่นายพงษ์ศักดิ์เตรียมเดินทางที่จะหลบหนีออกจากไทยเพื่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านพรมแดนในพื้นที่ภาคเหนือนั้น เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำกำลังไปสกัดจับกุมในทันที หลังจากนี้จะได้มีการขยายผลต่อไป

พล.ร.ท.ธาดาวุธ เปิดเผยถึงคดีที่ 2 ว่า คดีนี้ ได้มีการเปิดปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ โดยเป็นความร่วมมือหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย เป็นหญิงชาวไทย 1 ราย และชายชาวไทยซึ่งเป็นวัยรุ่น 4 ราย พร้อมไอซ์ของกลาง น้ำหนักรวมสิ่งของหุ้มประมาณ 1.65 ตัน หรือ 1,650 กิโลกรัม ซุกซ่อนอำพรางอยู่ในม้วนฝ้าย จำนวน 33 ม้วน เหตุเกิดที่โกดังในพื้นที่แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร

การจับไอซ์ล็อตนี้ได้นั้น หากทะลักเข้ามาได้แล้วมีการใช้ไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศปลายทางจะมีผลต่อความมั่นคงของชาติ อย่างไรก็ตาม การจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้มาจากการสืบสวนทางการข่าวเมื่อเดือน ธันวาคม 2567 ได้มีการสืบสวนจนแน่ใจ ทางกองทัพเรือจึงประสานมายัง ป.ป.ส และได้เข้าร่วมดำเนินการกันหลายหน่วยงานเนื่องจากเป็นเคสที่ซับ เพราะผู้ค้ามีการคิดหนทางใหม่ มีการแฝงไอซ์ในการขนฝ้าย เราตรวจจับได้ว่าในร้อยกว่าม้วนนั้น มี 33 ม้วนซ่อนไอซ์เข้ามา ถ้าหากไม่มีการข่าวจะตรวจจับได้ยาก ทั้งนี้ แหล่งตั้งต้นอยู่ในทวีปแอฟริกา โดยมีหญิงชาวไทยและพวกประสานนำเข้าโดยใช้ไทยเป็นทางผ่าน ก่อนจำหน่ายไปยังประเทศปลายทางผ่านทางเรือ แต่เราสามารถสกัดจับกุมได้ก่อน

นายปฤณ เปิดเผยต่ออีกว่า เคสข้ามชาติจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 ราย ประกอบด้วย หญิงชาวไทยคือผู้ต้องหารายสำคัญ มีบทบาทเป็นผู้เช่าโกดังและประสานงานเครือข่ายในต่างประเทศ ส่วนชายอีก 4 รายที่เป็นวัยรุ่น มีบทบาทเป็นคนดูแลโกดังและเป็นนอมินีเปิดบริษัท โดยพฤติการณ์ทางคดีได้มีเครือข่ายที่อยู่ในต่างชาติจัดเตรียมไอซ์ปะปนในใยฝ้ายส่งให้หญิงชาวไทยทางเรือ จากทวีปแอฟริกา เข้ามาทางอินเดียก่อนเข้ามาถึงไทย โดยในตอนที่เข้าตรวจค้นโทรศัพท์มือถือของหญิงชาวไทย พบว่ามีแชตข้อความชัดเจนที่ระบุว่ามีฝ้ายจำนวน 33 ชิ้นที่มียาเสพติดผสมอยู่ จากฝ้ายทั้งหมด 140 ชิ้น จากนี้เจ้าหน้าที่จึงต้องระวังและจับตาดูในส่วนของการอำพรางยาเสพติดในวัสดุลักษณะนี้ ทั้งนี้ เบื้องต้นเรายังได้ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับสาวชาวไทยรายดังกล่าวได้ประมาณ 2-3 ล้าน

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า ไอซ์ไม่ใช่ยาเสพติดที่แพร่ระบาดในไทย แต่ก็ถือว่าไทยเป็นทางผ่านเพื่อส่งออกไปยังออสเตรเลีย เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน หรือฮ่องกง เป็นต้น แต่ประเทศไทยจะเป็นการแพร่ระบาดส่วนใหญ่ในเรื่องของยาบ้า นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังได้นำเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ ทำการทดสอบสารจากตัวอย่างของกลาง (ใยฝ้าย) พบว่าเมื่อทดสอบแล้วมีสารเสพติดเป็นไอซ์ เพราะทำปฏิกิริยาเป็นสีส้ม