สืบเนื่องกรณีไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬที่ยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 25 โดยมีกำหนดรื้อบ้านจำนวน 4 หลังในวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 20 มีนาคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัด กทม. นายสาโรจน์ สามารถ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการ กทม. คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารสำนักการโยธา สำนักงานเขตพระนคร กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ จำนวนกว่า 100 นาย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างบริเวณป้อมมหากาฬ จำนวน 4 หลัง ได้แก่ บ้านเลขที่ 187 189 191 และ 193 ซึ่งเป็นจำนวนหนึ่งในบ้านเรือนทั้ง 10 หลังภายในชุมชนที่เจ้าของบ้านมีความสมัครใจให้ดำเนินการ โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 มีนาคม กทม.ได้รื้อย้ายบ้านไปแล้วจำนวน 4 หลัง ได้แก่ บ้านเลขที่ 61 95 107/1-3 และ 203

นายจักกพันธุ์เปิดเผยว่า กทม.โดยสำนักการโยธาและสำนักงานเขตพระนครร่วมกับฝ่ายความมั่นคง จัดกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 100 นาย ลงพื้นที่ดำเนินการการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างบริเวณป้อมมหากาฬ จำนวน 4 หลังคาเรือน ได้แก่ บ้านเลขที่ 187 189 191 และ 193 ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงได้ลงพื้นที่มีการพูดคุยกับเจ้าของบ้านแล้ว โดยเจ้าของบ้านยินยอมให้ กทม.เข้ามาดำเนินการรื้อถอน หลังจากวันนี้ที่ได้ดำเนินการรื้อบ้าน 4 หลังออกไปแล้ว ในชุมชนป้อมมหากาฬก็จะเหลือบ้านอีก 29 หลังคาเรือน และบ้านบุกรุก 4 หลังคาเรือน ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กทม.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับชุมชน ในส่วนของอาคารที่มีความประสงค์จะอนุรักษ์ไว้ ทาง กทม.ก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด แต่ต้องมีความชัดเจนว่าอาคารหลังไหนบ้างที่ควรจะอนุรักษ์ ซึ่งอาจจะมีตัวเลขแตกต่างกันออกไป

“บางท่านบอกว่าบ้านที่ควรอนุรักษ์มีจำนวน 24 หลัง บางท่านบอกมีจำนวน 8 หลัง บางท่านบอกมีจำนวน 29 หลัง แต่ตัวเลขทั้งหมดต้องอยู่ในพื้นฐานการพูดคุยทำความเข้าใจกันระหว่างคณะกรรมการของกทม.กับคณะกรรมการชุมชน ในการพิจารณาร่วมกัน คาดว่าประมาณ 15 วัน หรือ 1 เดือน จะนำความคิดเห็นของคณะกรรมการมาสู่ กทม.เพื่อผ่านกระบวนการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งในเรื่องบ้านที่ควรอนุรักษ์” นายจักกพันธุ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า กทม.ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้ารื้อย้ายบ้านจำนวน 4 หลังภายในป้อมมหากาฬตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา ชาวบ้านภายในชุมชนยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้ารื้อถอนบ้านดังกล่าวปราศจากการขัดขืนแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่าจะสามารถรื้อย้ายแล้วเสร็จภายในเที่ยงนี้ โดยนายจักกพันธุ์ รองผู้ว่าฯกทม.จะลงพื้นที่เพื่อตรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง
ด้านน.ส.อินทิรา วิทยาสมบูรณ์ นักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่วมกับชุมชนมหากาฬ กล่าวว่า การรื้อถอนบ้านในวันนี้ ทั้ง 4 หลัง ได้แก่ บ้านเลขที่ 187 189 191 และ 193 เป็นบ้านที่อยู่ในข้อตกลงร่วมกันระหว่าง กทม. และชุมชนป้อมมหากาฬ ตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากเจ้าของบ้านยินยอมที่จะย้ายออก และได้มีการพูดคุยกับทาง กทม. และทางชุมชนแล้ว
นอกจากนี้ ในส่วนของ กระบวนการพิสูจน์อายุของบ้านภายในชุมชนนั้นทางชุมชนป้อมมหากาฬ ขอเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่กทม. ชุมชนป้อมมหากาฬและภาคีเครือข่าย เจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อศึกษาข้อมูล ที่คาดว่า ไม่ตรงกันในส่วนกทม. และในส่วนของชาวบ้าน และข้อเท็จจริงร่วมกันในการอนุรักษ์ และพัฒนาชุมชนป้อมมหากาฬต่อไป
“ทางชุมชนเองได้แสดงความบริสุทธิ์ใจในการเคารพข้อตกลงดังกล่าว และขอยืนยันว่าชาวชุมชนเคารพสิทธิของชาวบ้านที่ตัดสินใจจะย้ายออกทุกคน และทางชุมชนเองมีความไว้ใจ เจ้าหน้าที่ทหารจาก ป.พัน 1 รอ. เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดต่อไป” น.ส.อินทิรากล่าว

