ผบ.ตร. สั่งนครบาลจับกุมลูกตำรวจพร้อมพวก 13 คนใช้อาวุธปืนข่มขู่รุมกระทืบหมวกกันน็อกฟาดผู้เสียหายคาที่จอดรถหอพักย่านลาดพร้าว
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 มกราคม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ดูงานสืบสวน ตรวจสอบเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธปืนรุมกระทืบใช้หมวกกันน็อกฟาดผู้เสียหาย
โดยมี ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี กับพวกหลายคน มาก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้เสียหายโดยใช้อาวุธปืน ปรากฏคลิปและภาพตามที่สื่อมวลชนได้มีการนำเสนอ ว่าผู้ก่อเหตุดังกล่าวเป็น ลูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กก.สส.บก.น.5 เหตุเกิดบริเวณที่จอดรถหอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยลาดพร้าว 101 แยก 43 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2568 เวลา 02.10 น.ที่ผ่านมานั้น

ทาง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ทำการตรวจสอบแล้วในกรณีดังกล่าว พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผกก.สน.ลาดพร้าว พร้อมด้วย พ.ต.ท.รัฐฉัตร์ อัศวเลิศหิรัญ รอง ผกก.สส.สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.อัสนี ตระกูลฐิติทรัพย์ พ.ต.ท.ณภัทร อ้นวงศ์ สว.สส.สน.ลาดพร้าว และฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว พร้อมของกลาง อาวุธปืนสั้น แบบแม็กกาซีน ขนาดเบอร์ .380 มม. จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนสั้น แบบลูกโม่ ขนาด .38 มม. จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนปากกา ขนาด .38 มม.จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 มม.จำนวน 2 นัด กล่องใส่อาวุธปืนสีดำ จำนวน 1 กล่อง หลังนำอาวุธปืนที่ได้ไปซุกซ่อนไว้บนเพดานฝ้าภายในบ้านพักหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถนนราษฎร์พัฒนา แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ม.ค. เวลา 14.30 น. แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 13 คน เป็นเด็กและเยาวชนทั้งหมด จนกระทั่งจับกุมผู้ก่อเหตุได้ดังกล่าว โดยแจ้งให้ทางผู้ปกครองรับทราบทางผู้ปกครองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนของผู้ร่วมก่อเหตุอีก 12 คน เป็นเด็กและเยาวชนทั้งหมด ได้ทำประวัติประกอบรายงานสืบสวนส่งมอบพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เพื่อดำเนินการตามคดีร่วมกันทำร้ายร่างกายและผลการตรวจค้นผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้สั่งการเน้นย้ำให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด กับผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นลูกตำรวจหรือไม่ และยืนยันว่าหากใครกระทำความผิดจะดำเนินการจับกุมทั้งหมด นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ บช.น. ทำการตรวจสอบการใช้อาวุธปืนในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดลักษณะดังกล่าวต่อไป


