1,832 คู่จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม-ฉลองยิ่งใหญ่ นายกฯส่งคลิปร่วมยินดี ‘เศรษฐา’ ปาฐกถาพิเศษชี้เป็นวันประวัติศาสตร์
เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีเนื่องในโอกาสกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ ผ่านคลิปวิดีโอ เพื่อขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมต่อสู้ให้กฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นจริง และเน้นย้ำจุดยืนความเท่าเทียมบนความหลากหลาย ให้คนไทยทุกคนได้มีศักดิ์ศรีอย่างภาคภูมิ พร้อมเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งนี้ไปด้วยกันข้อความว่า ทุกความรักของคนไทยทุกคนจะถูกรับรองทางกฎหมาย ได้รับเกียรติและศักดิ์ศรีอย่างเท่าเทียม กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านการต่อสู้มากว่า 2 ทศวรรษ เป็น 2 ทศวรรษที่ต้องเผชิญหน้ากับอคติและการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของสังคม ชัยชนะในครั้งนี้จึงถือเป็นความสำเร็จจากความร่วมมือของทุกคน โดยเฉพาะภาคประชาชน LGBTQIA+ ที่เป็นแกนนำสำคัญทำให้กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ในวันนี้
“ขอบคุณนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ที่มุ่งมั่นผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาที่ร่วมกันผลักดันกฎหมายฉบับนี้ผ่านกลไกนิติบัญญัติ และขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นกระบอกเสียงในการทำลายอคติทางเพศที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ทั้งหมดเป็นผลจากการทุ่มเททำงานของทุกภาคส่วนที่ทำให้ธงสีรุ้งปักลงบนประเทศไทยอย่างภาคภูมิ ให้ทุกตารางนิ้วของประเทศไทยแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งความหลากหลายและเท่าเทียม ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นชาติแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นประเทศที่ 3 ของเอเชียที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม” น.ส.แพทองธารกล่าว
นายกฯกล่าวว่า จุดยืนของรัฐบาลให้ความสำคัญและยึดมั่นเสมอว่า คนไทยทุกเพศและความรักทุกรูปแบบควรได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียม โดยกฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นจุดเริ่มต้นความตระหนักรู้ของสังคมไทยในการเคารพความหลากหลาย ทั้งเพศสภาพ เพศวิถี เชื้อชาติ และศาสนา ที่ทุกคนมีสิทธิและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ด้วยพลังของความรักของทุกคน ทำให้วันนี้ ประเทศไทยได้บันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ที่ทำให้ทั้งโลกรับรู้ว่า ประเทศไทยโอบรับความรักทุกรูปแบบ ยอมรับความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย และขอแสดงความยินดีกับคู่สมรสใหม่ทุกคู่ พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ไปด้วยกัน
ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานวันสมรสเท่าเทียมว่า ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ไทยจารึกไว้จากการเดินทางมา 20 ปี เพื่อให้ทุกคนสามารถแสดงออกถึงความรักโดยไม่จำกัดเพศสภาพ สามารถเชิดหน้าชูตาในสังคมได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เมื่อสักครู่เอกอัครราชทูตท่านหนึ่งบอกว่า ไม่ต้องเตรียมสคริปต์ เพราะมาจากใจ มีหลายเรื่องที่อยากจะพูด แต่การมีสคริปต์ก็เพื่อเตือนความจำ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนเองและพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอด ขอเน้นเรื่องเท่าเทียม ไม่ใช่เหนือกว่าคนอื่น การใช้เวลานานขนาดนี้ อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจและอาจมีการเรียกร้องสิทธิให้เหนือกว่าความเท่าเทียมเป็นสิ่งพื้นฐานของทุกคน ทุกคนควรมีความเท่าเทียมเรื่องเพศสภาพ ตนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนเข้าการเมือง ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย เรื่องนี้เป็นเหตุผลหลักไม่แพ้เรื่องเศรษฐกิจที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอด ตนเองไม่อยากใช้คำว่าชุบมือเปิบกับความสำเร็จที่พวกเราได้เดินทางมาไกล เพราะมีหลายพรรคการเมืองหลายรัฐบาลที่พยายามผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง
“ความรักที่มีต่อกันไม่ต้องแอบอีกแล้ว สามารถเชิดหน้าชูตา เป็นอย่างที่เราอยากเป็น อยู่อย่างที่เราอยากอยู่ แสดงออกอย่างที่เราอยากแสดงออกได้อย่างเต็มตัว ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศหนึ่ง ท่านประกาศชัดเจนว่ามี 2 เพศเท่านั้นในประเทศท่าน คงไม่ใช่ความเหมาะสมที่จะมากล่าวขัดแย้งกับประเด็นนี้ ขอใช้คำว่าเรามีประชากร 68 ล้านคน ถึงแม้ขนาดเศรษฐกิจไม่ได้ใหญ่เท่าเขา ภายใต้การนำของนายกฯแพทองธาร ชินวัตร เชื่อว่าเราหัวใจใหญ่กว่า เรายอมรับกับคนที่อยากจะเป็น เราให้เกียรติ ให้เวที ให้พื้นที่พวกเขา อย่างที่พวกเขาสมควรที่ได้รับ แม้จะเป็นการรอคอยนานกว่า 20 ปี” นายเศรษฐากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.00 น. ตัวเลขสถิติการจดทะเบียนสมรสในวันนี้ทั้งประเทศรวม 2,792 คู่ แบ่งเป็น คู่ชาย-ชาย 616 คู่ คู่หญิง-หญิง 1,216 คู่ คู่ชาย-หญิง 960 คู่ ส่วนทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) รวม 654 คู่ กทม. 49 เขต 476 คู่ และเขตปทุมวัน 178 คู่
ขณะที่ “นฤมิตไพรด์” สรุปยอดปิดจบของการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมเป็นวันแรก ที่ศูนย์การค้าพารากอนตลอดทั้งวัน โดยเป็นยอดสรุป ณ เวลา 21.00 น. (23 ม.ค.) มีคู่สมรสเท่าเทียมที่จดทะเบียนภายในงานทั้งหมด 185 คู่ ทั่วประเทศ ทั้งหมด 2,799 คู่ นับเฉพาะ ชาย-ชาย / หญิง-หญิง ทั้งหมด 1,839 คู่ จดทะเบียนใน กทม.ทั้งหมด 661 คู่

