เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 มีนาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผกก.ตม.ชลบุรี พร้อมบช.ภ.2 และเทศบาลเมืองพัทยา แถลงระดมกวาดล้างแก๊งมาเฟียและกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างชาติ ตั้งตัวเป็นขาใหญ่ ข่มขู่ คุกคาม เกี่ยวพันธุรกิจมืดตามแหล่งท่องเที่ยว สามารถจับกุมชาวรัสเซียและยุโรปตะวันออกได้จำนวนมากมีอาชญากรข้ามชาติหนีคดีรวมอยู่ด้วยหลายคน โดยจับกุมได้ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ประกอบด้วยชาว รัสเซีย 6 ราย ยูเครน 1 ราย เบลารุส 1 ราย อุซเบกิสถาน 4 ราย โมร็อคโค 1 ราย และอิหร่าน 1 ราย รวม 14 ราย ในจำนวนนี้มีอาชญากรรัสเซียหนีคดีสำคัญมีทั้งหมายจับของตำรวจรัสเซียและหมายจับตำรวจสากลในคดีที่เกี่ยวยาเสพติดและคดีการเงินรวมอยู่ด้วย บุคคลเหล่านี้เข้ามาตั้งแก๊งลักลอบทำงานและประกอบธุรกิจมืดที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร, สถานบันเทิง, ธุรกิจให้เช่ารถ, จัดหาหญิงจากยุโรปตะวันออกเพื่อการค้าประเวณี และยาเสพติด มีสมุนคอยติดตาม อาชญากรข้ามชาติรัสเซียที่มีหมายจับตำรวจรัสเซียและหมายแดงตำรวจสากล

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จับกุมรายสำคัญ ประกอบด้วย รายแรก นายอเล็กซานเดอร์ ดานีล๊อฟ อายุ 43 ปี สัญชาติรัสเซีย หลังพบว่ามีพฤติการณ์ตรงตามที่สายข่าวรายงานมา ตั้งตัวเป็นมาเฟียในพื้นที่พัทยา มีลูกสมุนในแก๊งหลายคน เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด พบประวัติเคยถูกจับกุมและดำเนินคดีข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน นอกจากนี้ยังพบว่าถูกทางการรัสเซียออกหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเฝ้าติดตามพฤติกรรมจนได้ข้อมูลแน่ชัด จึงเข้าควบคุมตัวได้ในพัทยา จ.ชลบุรี จากการซักถามนายอเล็กซานเดอร์ รับว่า เคยถูกจับในคดียาเสพติดมาก่อน และหลบหนีคดีมาอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวในพัทยาและภูเก็ต ถือได้ว่าเป็นภัยสังคม เข้าลักษณะต้องห้าม จากข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกพบว่า นายอเล็กซานเดอร์ เข้ามาและได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2555 ปัจจุบันอยู่เกินกำหนด เป็นระยะเวลาถึง 4 ปี 7 เดือน 18 วัน จึงได้แจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวต่อว่า รายที่สอง จับกุม นายมิคาอิล กรีเวนท์ซอฟ สัญชาติรัสเซีย ตามหมายจับตำรวจสากล ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษด้วยผิดกฎหมาย (เฮโรอีน) หลังได้รับการประสานจากสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทยว่ามีบุคคลที่ทางการรัสเซียต้องการตัวหลบหนีเข้ามาในประเทศ ตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองพัทยา ทั้งนี้เป้าหมายหลบหนีออกจากพัทยาไปจังหวัดอื่น ต่อมาถูกจับกุมได้ที่จ.เลย นายมิคาอิล เดินทางเข้าออกประเทศไทย 4 ครั้ง ล่าสุดเดินทางเข้ามาทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ด่านตรวจคนเข้าเมืองจ.หนองคาย เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2558 ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2559 ปัจจุบันอยู่เกินกำหนดอนุญาต มากกว่า 9 เดือน

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวอีกว่า รายที่สามจับกุม นายอันทอน ฟีลิพพอฟ สัญชาติรัสเซีย เป็นบุคคลที่ทางการรัสเซียต้องการตัว ในคดีจงใจไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลและหลบหนี ปัจจุบันทางการรัสเซียได้เพิกถอนหนังสือเดินทาง จับกุมได้ที่ พัทยา จ.ชลบุรี จากข้อมูลพบว่าเดินทางเข้าออกประเทศไทย8ครั้ง ล่าสุดเดินทางเข้ามาทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 30 เมษายน 2560 สตม.ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวด้วยว่า รายที่สี่ถือเป็นรายสำคัญ นายเซอเก้ มารีฟสัญชาติรัสเซีย บุคคลตามหมายจับตำรวจสากล และตำรวจรัสเซีย จากการสืบสวนทราบว่านายเซอเก้ ใช้ชีวิตแบบเพลย์บอยอยู่ในพัทยา คบหาและมีเพศสัมพันธ์กับหญิงไทยหลายคนตามแหล่งท่องเที่ยว พบว่าเป็นบุคคลที่ติดเชื้อเอชไอวีด้วย ชุดจับกุมจึงใช้สายลับหญิงติดต่อผ่านแอพลิเคชั่น “Whatapp” และนัดหมายมาเจอ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ก่อนจับกุม จากการตรวจสอบพบห่อยาจำนวนมาก สอบสวนนายเซอเก้ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับตำรวจสากลจริง ทั้งนี้นายเซอเก้ยอมรับว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรง หลบหนีจากรัสเซียมาใช้ชีวิตเพลย์บอย ในเมืองไทย เพราะไม่มีใครทราบเรื่อง ล่าสุดเดินทางเข้ามาทางด่านตรวจคนเข้าเมืองจ.หนองคาย เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2559 ด้วยวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว ได้รับการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
“ทั้งนี้รายที่ 5-14 เป็นชาวรัสเซียและชาวยุโรปตะวันออกเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหาต่างๆ เช่น ลักลอบทำงาน ทำงานผิดประเภท อยู่เกินกำหนด และเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่าจะเป็นภัยต่อสังคม”พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าว

