เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่โรงแรมรอยัลปรินเซส กรุงเทพฯ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดประชุมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โครงการจัดทำแผนผังแม่บทและการพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ 1 โดยมีการแบ่งกลุ่มอภิปราย 3 กลุ่ม 1.ด้านผังเมืองและภูมิทัศน์ 2.ด้านท่องเที่ยว ชุมชน เศรษฐกิจ 3.ด้านจราจร สาธารณูปโภค สาธารณูปการ กายภาพ สิ่งแวดล้อม
โดยภายหลังการประชุม
ผศ.สุดจิต (เศวตจินดา) สนั่นไหว อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.รังสิต และอุปนายกฝ่ายกิจกรรมเมือง และนโยบายสาธารณะ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมกล่าวว่า ครั้งนี้เป็น 1 ใน 3 การประชุมรับฟังครั้งใหญ่ และจะมีอีก 6 ครั้งย่อยที่ชุมชน สมาคมสถาปนิกมาร่วมรับฟัง ในภาพรวมคิดว่าวันนี้เขาบอกว่าจะมารับฟัง แต่ไม่มีแผนการทำงานให้เห็นว่าแผนแม่บทที่จะส่งงานเดือนกันยายนนั้น การรับฟังความเห็นแต่ละครั้งจะแบ่งช่วงเวลาอย่างไรและมีใครบ้าง คนที่มาในวันนี้คือหน่วยงานราชการเป็นส่วนใหญ่ ไม่น่าเกิน 200 คน ส่วนชุมชนก็ยังได้รับเชิญมาไม่ครบ ที่เห็นก็มีชุมชนนางเลิ้ง ชุมชนวัดสระเกศ และพระสงฆ์จากบางวัดเท่านั้น ปัญหาคือมีการเสนอวิสัยทัศน์หลวมๆ กว้างๆ จึงตั้งคำถามไปว่าให้เอาข้อมูลขึ้นช่องทางสาธาณะได้ไหม แต่ทางที่ปรึกษาบอกว่าสำนักงานนโยบายและแผนฯ อยากให้ได้ข้อสรุปก่อนจึงเปิดเผย ส่วนตัวเป็นห่วงเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน หากครั้งที่ 1 ไม่มีการมีส่วนร่วมที่ทั่วถึง ครั้งต่อๆไปจะไปไม่ถึงผลที่ต้องการ ดูแล้วยังไม่ได้อะไร อาจเป็นข้อดีที่เขายังไม่ประกาศอะไรชัดเจน พูดเป็นนโยายว่า “บูรณาการ สมดุล ยั่งยืน” ซึ่งเขาบอกว่าเป็นแนวคิดใหม่
“เขายังไม่ได้สรุปภาพรวมให้ที่ประชุมฟังว่าแผนที่ใช้มา 20 ปี ประสบความสำเร็จหรือมีอุปสรรคอย่างไร หรือขณะนี้แต่ละหน่วยงานเดินหน้าอย่างไม่สนแผน เช่นกทม.จะทำทางเลียบแม่น้ำ จะทำทางข้ามไปศิริราช ไม่ได้ถูกนำมารวมในภาพปัจจุบันของกรุงรัตนโกสินทร์ให้ทุกคนเห็นปัญหาร่วมกัน เป็นกระบวนการที่ไม่น่าจะถูกต้องในการทำแผนแม่บท และมีข้อปัญหาที่แผนออกมาแต่ไม่สามารถบังคับใช้ได้ทางกฎหมาย เช่น เช่น กรณีอาคารศาลฎีกาที่ไม่สนข้อบัญญัติจะทบทวนหรือมีทางออกอย่างไร คล้ายไม่ได้ถอดบทเรียนของเก่าให้ดู ส่วนเรื่องพื้นที่ป้อมมหากาฬแทบไม่ได้พูดถึงเลย บอกว่าเป็นชุมชนที่กำลังขัดแย้งเท่านั้น จริงๆเป็นเรื่องที่ควรเล่าถึงปัญหา มองว่าเขาไม่ได้ทำการบ้านนัก ควรเสนอภาพรวมให้ทุกคนเห็นว่าปัญหาของแต่ละคนเป็นปัญหาเดียวกันไหม” ผศ.สุดจิตกล่าว

ด้าน นางภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการด้านผังเมือง กล่าวว่าในช่วงสรุปมี 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ผังเมือง ภูมิทัศน์ พูดประเด็นเรื่องพื้นที่สาธารณะ การพัฒนาเมือง ซึ่งมองไม่เห็นว่าแนวคิดของเขาคืออะไร เสนอเป็นประเด็นว่าวิวัฒนาการของเมือง จากสมัยก่อนร.4ถึงหลังร.5 เรื่องพื้นที่สาธารณะ เขาบอกว่าการมองย่านเก่าให้มองจากแม่น้ำถึงพื้นที่ข้างใน
กลุ่มที่ 2 ระบบท่องเที่ยวชุมชนเศรษฐกิจ เสนอว่าพื้นที่ตรงไหนควรทำอะไร เราเสนอว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนควรชัดเจนตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้ไม่มีความชัดเจน ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ย่านเก่าซึ่งเป็นชุมชนหลักๆ ไม่ได้มาเข้าร่วมในวันนี้ แล้วไม่รู้ว่าทางชุมชนจะได้ประเด็นเริ่มต้นได้อย่างไร เน้นเรื่องการส่งเสริมท่องเที่ยว-จุดเชื่อมต่อ ซึ่งเป็นประเด็นปลีกย่อย ส่วนตัวคิดว่าถ้าคอนเซ็ปต์ไม่ชัดแล้วไปลงเนื้อหาปลีกย่อยจะไม่ได้กรอบรวม และห่วงว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปตั้งเยอะเขาน่าจะมีจุดยืนชัดเจน เช่นเรื่องที่เขาบอกว่า ชุมชนที่มีความขัดแย้ง ยกตัวอย่างชุมชนวัดกัลยากับชุมชนป้อมมหากาฬ ซึ่งมีประเด็นขัดแย้งมากไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ หาบเร่แผงลอย การรื้อชุมชนตรอกบวรรังสี ชุมชนป้อมมหากาฬ คณะทำงานมีการทำข้อมูลเบื้องต้นได้เสนอหลักการอนุรักษ์และพัฒนา เรายังไม่รู้ว่าภาพหลวมๆนี้จะนำไปสู่อะไร ชุมชนที่มาวันนี้ก็ไม่เห็นภาพรวม คิดว่าไม่มีทิศทาง
กลุ่มที่ 3 เป็นเรื่องถนน โครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้าประปา เขาลงรายละเอียด สายไฟลงดิน จุดต่อสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งเรายังไม่เห็นภาพว่าพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ที่เขาวิเคราะห์ว่าตรงไหนมีศักยภาพ ตรงไหนมีอุปสรรค ตรงไหนมีรถไฟฟ้าแล้วกระทบชุมชน
“มีความเห็นว่า การรับฟังวันนี้ 1.คนที่มาฟังส่วนใหญ่เป็นราชการ 2.คณะที่ปรึกษาไม่ได้เสนอภาพรวมการทำงานทั้งหมดว่าเป้าหมายสุดท้ายกี่เดือน ช่วงไหนจะทำอะไร คนที่เข้ามามีส่วนร่วมจะได้เตรียมตัว เขาไม่ได้บอกว่าครั้งต่อไปจะเอาอะไรมาเสนอ 3.เขาลงรายละเอียดโดยไม่มีภาพรวม 4.เขาบอกว่าจะทำงานให้เสร็จภายในเดือนกันยายน อีกแค่ไม่กี่เดือนแล้วแผนนี้จะใช้ไปอีกนาน เราห่วงว่าถ้าทำแบบเร่งรัด แผนจะออกมาเป็นแบบเดิม 5.เขาบอกแผนเดิมเน้นเรื่องกายภาพ แต่แผนใหม่ก็ยังเน้นกายภาพอยู่ แม้บอกว่ามีการศึกษาเรื่องสังคมเศรษฐกิจวัฒนธรรม แต่มิติของคนเขายังพูดไม่ชัด มิติมรดกวัฒนธรรมในการประเมินคุณค่าเขาก็ไม่ได้พูด มิติความเป็นย่านในกรุงรัตนโกสินทร์ก็ไม่ได้พูดถึง พูดเพียงว่าจะทำออกมากี่ผังแล้วมีการประเมินคุณค่า โดยจากนี้ในวันที่ 23 มี.ค.นี้ เขาบอกว่าจะจัดรับฟังความเห็นแถวศิริราชเชิญชุมชนมารวมกัน และวันที่ 30 มี.ค.จะประชุมรับฟังความเห็นครั้งใหญ่เป็นครั้งที่2 ซึ่งจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันแต่ยังไม่เห็นความชัดเจน” นางภารนีกล่าว


