วันที่ 21 มีนาคม นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดสภากาแฟเวียงเจ็ดลิน ครั้งที่ 3/2560 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของส่วนราชการ กับการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมหน่วยงานราชการ ท้องถิ่น เอกชน และภาคประชาชน มีนายนำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี มทร.ล้านนา พร้อมผู้บริหาร มทร. นายสุรเดช สมิเปรมปศุสัตว์จังหวัด นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย อ.เมือง หัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่น และนักวิชาการ เข้าร่วมกว่า 100 คน โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง
นายปวิณกล่าวว่า ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ปีนี้สถานการณ์ดีกว่าปีแล้ว มีหลายอำเภอ อาทิ อำเภอสะเมิง อำเภอแม่แจ่ม จัดตั้งกองทุนชุมชนดับไฟป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า และทุกภาคส่วน มีความมุ่งมั่น อดทน เสียสละ ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังแม้สถานการณ์แพ้ชนะยังไม่รู้ แต่เป็นปีแรกที่ภาคเอกชน เข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือมาก ส่วนราชการและมหาวิทยาลัยเข้าไปให้ความรู้และรณรงค์ห้ามเผาช่วง 60 วันอันตรายอย่างต่อเนื่อง ใช้หลักวิชาการไปแนะนำส่งเสริมปลูกผัก แทนพืชเชิงเดี่ยวอาทิ ข้าวโพด กำจัดวัชพืชและตอซังข้าวโพด อย่างถูกหลักวิธี ไม่กระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงปัจจุบัน มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เพียงครั้งเดียว วัดได้ 123 ไมโครกรัม ที่ อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้
“ช่วงฤดูร้อน ห่วงภัยแล้ง ได้พูดคุยกับหัวหน้าอทุยานแห่งชาติอินทนนท์ อ.จอมทองบอกว่า น้ำบนพื้นที่สูงแห้งเร็ว ลำห้วยมีน้ำลดลง เมื่อสอบถามสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า พบว่าภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดผ่านภาคเหนือตอนบน มีแต่ลม ไม่มีไอน้ำ มีฝนตกน้อยจำเป็นต้องรณรงค์ประหยัดการใช้น้ำ ส่วนน้ำชลประทานยังมีเพียงพอ แต่ปล่อยมากขึ้นเพราะไม่ห้ามทำนา ซึ่งมีพื้นที่ทำนา และการเกษตร กว่า 600,000 ไร่” นายปวิณกล่าว
ส่วนการท่องเที่ยวนั้น นายปวิณกล่าวว่า ช่วงงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง หรือสงกรานต์ เมษายนนี้ ห่วงอุบัติเหตุมากที่สุด จากตัวชีวัด ตาย บาดเจ็บ อุบัติเหตุ พบว่าเชียงใหม่ติดอันดับตลอดโดยเฉพาะอุบัตเหตุ เชียงใหม่เกิดสูงสุด ส่่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่น ไม่ใช่นักท่องเที่ยวเมื่อเทียบเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก พบว่าเชียงใหม่ ติดอันดับ 1 ของโลก ปีนี้จึงเป็นห่วงการเกิดอุบัติเหตุ อาจทำลายสถิติเดิม เมื่อปีที่แล้ว หากต้องการเป็นเมืองมรดกโลก ต้องช่วยกันรณรงค์และลดอุบัติเหตุให้ได้ พร้อมออกกฎหมายพื้นที่เฉพาะ เพื่อจัดระเบียบเขตเมืองเก่า เวียงเจ็ดลิน อ.เมือง เวียงท่ากาน อ.สันป่าตอง เวียงกุมกาม อ.สารภี ซึ่งเป็นเมืองบริวาร ให้มีความสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อสร้างคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ก่อนเสนอยูเนสโก้เป็นเมืองมรดกโลก เพราะรายได้เชียงใหม่ มาจากท่องเที่ยว 44 % ภาคเกษตร 22 % ที่เหลือเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านและบริการ

ด้านนายกริชสยามกล่าวว่า เมื่อวาน (20 มีนาคม) ช่วงเวลา 12.00-14.00 น. เกิดหมอกควัน ทำให้ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในเขตอทุยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย อ.เมือง มาจากไฟป่าและหมอกควันนอกพื้นที่ ทำให้มองเห็นดอยสุเทพไม่ชัดเจน ส่วนพื้นที่เกิดไฟป่า 4 ครั้ง เป็นขนาดเล็ก เช่น พื้นที่หลังหอดูดาว แต่ใช้เวลาดับไฟ 40 นาทีเสร็จ ส่วนจุดอื่นสามารถควบคุมได้ ไม่ลุกลามขยายวงกว้าง พร้อมจัดตั้งศูนย์รับบริจาค เพื่อสนับสนุนการทำงานเจ้าหน้าที่ดับไฟ มีภาคีเครือข่ายชุมชนดอยสุเทพเข้าร่วมดับไฟ ทำแนวกันไฟ ทำฝายชะลอน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้น
“ช่วงสงกรานต์ ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลขึ้นดอยสุเทพ และเยี่ยมชมพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศ จึงมีโครงการทำความสะอาด จัดเก็บใบไม้ที่ร่วงสองข้างทาง ตั้งแต่ถนนห้วยแก้ว ถึงเชิงบันไดวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร เพื่อความสวยงาม และป้องกันเกิดไฟป่าลุกลาม คาดดำเนินการต้นเมษายนนี้” นายกริชสยามกล่าว
จากนั้น นายนำยุทธได้มอบป้ายให้นายสุรเดช เพื่อรับเป็นเจ้าภาพสภากาแฟเวียงเจ็ดลิน ครั้งหน้า ที่ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ เชิงดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ในเดือนเมษายน ต่อไป

