เมื่อวันที่ 21 มีนาคม น.ส.สิริกัญญา กาญจนประกร ผู้สร้างแคมเปญ “ปรับขึ้นค่าโดยสารบีอาร์ทีแทนยกเลิกการให้บริการ ก่อนถูกยกเลิก 1 พฤษภาคม 2560” ผ่านเว็บไซต์ www.Change.org เปิดเผยว่า ภายหลังที่ได้ตั้งแคมเปญดังกล่าว เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ได้รวบรวมรายชื่อประชาชนจำนวน 7,219 รายชื่อ พร้อมข้อเสนอและความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับการสนับสนุนให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินโครงการรถโดยสารทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) สายช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ต่อไป ก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เสนอไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีผ่านระบบออนไลน์ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องได้แจ้งกลับว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอไปยัง กทม.เพื่อพิจารณาร่วมกับกลุ่มตัวอย่างผู้ได้รับผลกระทบในโครงการที่ กทม.ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นกว่า 3,000 รายชื่อ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจาก กทม.ว่าจะมีแนวทางการดำเนินโครงการอย่างไร
“สำหรับความคิดเห็นของผู้ร่วมลงชื่อกับแคมเปญดังกล่าว ส่วนใหญ่สนับสนุนให้ กทม.ดำเนินโครงการต่อ โดยปรับขึ้นค่าโดยสารในอัตราที่เหมาะสม หรือที่ประชาชนไม่เดือดร้อน และเห็นด้วยกับราคาที่มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ คือ 1.บุคคลทั่วไป 10 บาท (1-3 สถานี) 15 บาท (4-6 สถานี) 20 บาท (7-9 สถานี) 25 บาท (10-12 สถานี) 2.นิสิตนักศึกษาในระดับปริญญาตรี อายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป (ทุกสัญชาติ) รวมถึงข้าราชการ ลูกจ้าง และข้าราชการบำนาญในสังกัด กทม. 10 บาทตลอดสาย 3.เด็กนักเรียนในเครื่องแบบ 5 บาท และ 4.ยกเว้นค่าบริการสำหรับผู้พิการและภิกษุสามเณร”
น.ส.สิริกัญญากล่าว
วันเดียวกัน แหล่งข่าวจากศาลาว่าการ กทม. เปิดเผยถึงการพิจารณายกเลิกโครงการรถบีอาร์ทีว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลวิเคราะห์จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก่อน (สตง.) ว่าหากเปิดให้บริการต่อจะสร้างประโยชน์หรือมีผลเสียอย่างไรต่อ กทม. และจะเกิดความคุ้มทุนหรือไม่หากเปิดให้บริการต่อ ขณะที่ผลการสำรวจความคิดเห็นของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ที่ให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบสอบถาม 3,500 ตัวอย่าง จากประชาชน 9 กลุ่มเป้าหมาย ระบุว่า ร้อยละ 80 เห็นควรให้เดินหน้าโครงการต่อไป

