วันที่ 21 มีนาคม เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล พร้อมคณะประชุมร่วมกับนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ตัวแทนหน่วย ปทส. บก.ภ.จว.อุบลฯ เพื่อตรวจสอบที่ดินมิชอบที่อาจจะเชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกาย
พล.ต.อ.ศรีวราห์เปิดเผยว่า วันนี้ตนและคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี หลังพบว่ามีการบุกรุกเข้ายึดถือครองที่ป่าหรือที่สาธารณประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ที่บริเวณวัดหนองกินเพล ในเครือข่ายของวัดพระธรรมกาย หมู่ 3 บ้านหนองกินเพล ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา นายสมพงษ์ สุขนา หัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ อบ.13 (โคกน้ำคำ, ห้วยเซกา) ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.3 บก.ปทส.) ได้รับคำร้องทุกข์คดีอาญาที่ 5/2559 เกี่ยวกับการบุกรุกเข้ายึดถือครองที่ป่า หรือที่สาธารณประโยชน์ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคดีนี้ที่บริเวณวัดหนองกินเพล ที่เกิดเหตุได้มีการยึดถือครอบครองที่ดินซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นที่ดินที่มีการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บท.5) โดยได้ครอบครองตั้งแต่ปี 2532 มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ 2 งาน 39 ตารางวา

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวด้วยว่า บริเวณที่เกิดเหตุมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเป็นศาลาอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ ของวัดซึ่งได้ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2534 นอกจากนี้ มีการก่อสร้างอาคารอนุสรณ์ อ.ส.ม. เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างขึ้นปี พ.ศ.2545 ใช้สำหรับเป็นอาคารอำนวยการ อาคารที่พักสงฆ์ และจัดเก็บพระไตรปิฎก รวมถึงบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุมีการสร้างกุฏิไม้ จำนวน 10 หลัง มีการก่อสร้างห้องน้ำรวม จำนวน 2 หลัง มีสิ่งปลูกสร้างอื่น แทงก์น้ำ เสาไฟฟ้า และเสาวิทยุ ซึ่งจากการสอบสวนองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกินเพล พบว่าบริเวณที่เกิดเหตุแต่เดิมเป็นที่ดินของนายจุ้ย อ่างคำหงส์ ชาวบ้านหนองกินเพล ได้ถวายให้วัดหนองกินเพล เมื่อปี พ.ศ.2532 เพื่อใช้ในกิจการของวัด โดยจากการสืบค้น ไม่พบต้นขั้วเอกสาร การเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) แต่อย่างใด
“จากพยานหลักฐานดังกล่าวเชื่อได้ว่าวัดหนองกินเพล น่าเชื่อว่าเป็นเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ได้ยึดถือครอบครองที่ดินซึ่งยังไม่มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน อันเป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4 (1) ว่าด้วยนิยามคำว่าป่า ซึ่งมีพระครูวาปีปทุมกิจ เจ้าอาวาสวัดหนองกินเพล เป็นผู้ยึดถือครอบครองที่ดินป่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นความผิดฐานก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 โดยวันนี้จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบความคืบหน้าคดี เพื่อเร่งรัดขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกระทำผิด”

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง กล่าวภายหลังตรวจสอบพื้นที่ว่าวัดหนองกินเพลแห่งนี้เข้าข่ายบุกรุกป่า ได้ดำเนินการตรวจสอบกระทั่งตำรวจกองกำกับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.3บก.ปทส.) ดำเนินคดี ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2559 จากการตรวจสอบวันนี้พบว่าวัดหนองกินเพลโยงใยกับวัดพระธรรมกาย ยึดครองพื้นที่ 3 ไร่ 2 งาน 39 ตารางวา โดยพบมีการรุกพื้นที่ป่า รัฐเสียหายเป็นมูลค่าความเสียหาย 221,850 บาท อย่างไรก็ตาม ภายใน 1-2 วันนี้ จะออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง พร้อมอายัดพื้นที่ห้ามเข้าตั้งแต่วันนี้
ด้านนายสมดี วงศ์ปัญญา ผู้ใหญ่บ้านหนองกินเพล หมู่ 3 เปิดเผยว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ เมื่อครั้งในอดีตเป็นที่ ส.ค.1 โดยผู้ครอบครองมีจิตศรัทธาจึงได้อนุโมทนาบริจาคให้แก่วัดหนองกินเพล โดยไม่มีเรื่องอื่นใดแอบแฝง สาเหตุที่เป็นข่าวขึ้นมาน่าจะทางวัดเป็นเครือข่ายของวัดพระธรรมกาย แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันแล้ว

