กรณีที่ ที่มีการแจ้งเข้ามายังชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เมื่อเวลา 21.00 น.ของวันที่ 19 มีนาคม ถึงพฤติกรรมของ นายจักกฤช จีนเพชร เจ้าหน้าที่ตรวจป่า (จ้างเหมาค่าตอบแทน) ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กพ.4 (หนองเตาอิฐ) อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร.ที่ชอบโพสต์เฟซบุ๊ก ให้เห็นสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิดโดยมีการอ้างว่าไปล่ามาด้วยตนเอง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการโฟสต์ให้เห็นถึงการล่ามาหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2556 โดยนายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ได้ทราบเรื่องได้สั่งการทันทีถึง นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ให้ประสานสั่งการให้ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ พยัคฆ์ไพร นำชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร ลงตรวจสอบขยายผลเพื่อดำเนินการทางกฎหมายนั้น
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม นายชีวะภาพให้สัมภาษณ์ว่า ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายจักกฤช หลังจากตรวจพบเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายจักกฤช ที่ใช้ชื่อ “คนตัวดำ ชุดดำ.” ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กเห็นให้ซากสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นแมวดาว 2 ตัว, พังพอนธรรมดา 2 ตัว, ไก่ป่า 1 ตัว โดยระบุข้อความประกอบมีการชักชวนการไปล่าสัตว์คุ้มครอง เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 25560 และเมื่อตรวจย้อนไปยังพบการโพสต์เฟซบุ๊กอีก เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2559 ตรวจพบเป็นภาพ ซากอีเห็น 1 ตัว และพบว่ามีการโฟสต์เฟซบุ๊กอีกเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559 เป็นซากตะกวดจำนวน 4 ตัว ซึ่งทั้งหมดเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมพิจารณา แล้วพบว่าการครอบครองซากสัตว์ป่าดังกล่าวของนายจักกฤช เป็นการกระทำผิดตาม ม.19 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี 2535 ต้องระวางโทษตามมาตรา 47 พ.ร.บ.เดียวกัน ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามคดีอาญาที่ 57 ปจว ข้อ 4 เวลา 22.30 น. ลงวันที่ 20 มีนาคม 2560 ท้องที่ สภ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร เพื่อดำเนินการต่อไป ตามกฎหมาย และโทษทางวินัย ทางสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (ตาก) กรมป่าไม้ ได้มีคำสั่งให้นายจักกฤช จีนเพชร ออกจากงานที่ปฏิบัติแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม
นายชีวะภาพกล่าวว่า ล่าสุดนั้น พยัคฆ์ไพร ได้ร่วมกับชุดปฎิบัติการของ นายวิทยา หงษ์เวียงจันทน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) โดยนายอำนาจ ฟองชัย และ นายฆียาวัฒน ยุธิษยานุวัฒน์ ได้ร่วมกันขยายผลต่อเนื่องพบข้อเท็จจริงว่ายังมีผู้ร่วมกระทำผิดกับนายจักกฤชอีกคน คือนายนิพนธ์ นารอด โดยนายนิพนธ์ยอมรับว่าเป็นผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์วันที่นายจักกฤชนำซากสัตว์ป่าคุ้มครองมาถ่ายรูปและโพสต์บนเฟซบุ๊ก โดยยอมรับด้วยว่าได้ร่วมกันไล่ตีสัตว์คุ้มครองทั้ง 5 ตัวที่หมาได้ไล่กัดจนตายทั้ง 5 ตัว และนำไปถ่ายรูปโพสต์เฟซบุ๊ก และอ้างว่าได้โยนซากสัตว์ป่าทิ้งไปและส่วนหนึ่งได้เผาทำลายไป คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบขยายผลพบข้อพิรุธมากมายจึงไม่ปักใจเชื่อ จึงดำเนินการเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับนายนิพนธ์อีกหนึ่งรายต่อ พ.ต.ท.ดนัย สมานไทย พนักงานสอบสวน สภ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร เพื่อดำเนินการต่อไป
“สำหรับภารกิจปฏิบัติการครั้งนี้ ได้รับการชมเชยและให้กำลังใจจากนายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ว่าสามารถปฏิบัติการได้ดี รวดเร็ว สามารถดำเนินการการได้ทั้งทางคดีอาญาและทางวินัยได้ในเวลาแค่ 17ชม. ทำให้สาธารณชนได้รับรู้และเข้าใจข้อเท็จจริง ที่สำคัญคือเป็นการร่วมกันบังคับใช้กฎหมายที่สามารถบูรณาการระหว่างทีมงานของทั้งสองทีมคือกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ ได้เป็นไปตามนโยบาย พลิกฟื้นฝืนป่า สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ของ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้อย่างอย่างชัดเจน” หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพรกล่าว




