หน้าแรก ในประเทศ อบต.หนองสามวั...

อบต.หนองสามวังแจง ปลูกบัวในคลองชลประทานไม่ขวางทางน้ำ เกษตรกรลั่นให้ไปปลูกที่อื่น!

22.03.17 | 12:40 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า จากกรณีกลุ่มชาวบ้านได้ยืนถือป้ายเรียกร้องคัดค้านการปลูกบัวตามคลองชลประทานตั้งแต่คลองชลประทานที่ 9-12 อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี โดยเกษตรกรอำเภอหนองเสือหวั่นว่าการปลูกบัวในคลองชลประทานจะไปขวางทางน้ำส่งผลต่อเกษตรกรผู้ใช้น้ำและได้ยื่นหนังสือเรียกร้องแก่จังหวัดปทุมธานี และอำเภอหนองเสือ เพื่อให้มีการพิจารณาทบทวนเรื่องดังกล่าวนั้น
วันที่ 22 มีนาคม ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านยื่นคัดค้านการปลูกบัวตามคลองชลประทานที่ 9-12 ใน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี โดยระบุเหตุผลว่าจะไปขวางทางน้ำนั้น ล่าสุดนายอนุกูล สุริยสวัสดิ์ นายก อบต.หนองสามวังได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบการปลูกบัวภายในคลองชลประทานที่ 12 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ ที่เป็นพื้นที่หลักของโครงการปลูกบัวในพื้นที่ อ.หนองเสือ โดยนายอนุกูลเปิดเผยว่า เดิมทีในอดีตตามคลองชลประทานต่างๆ ก็มีบัวขึ้นอยู่แล้ว ทาง จ.ปทุมธานีจึงได้มีแนวคิดการสนับสนุนในเรื่องของการท่องเที่ยว จึงได้มีการประชุมหารือกับคณะกรรมการของจังหวัด จึงได้มีผลักดันการปลูกบัวเพิ่มเติมขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ได้มีการพูดคุยกับประชาชนบางส่วนแล้วก็เห็นด้วย เนื่องจากได้ประโยชน์แก่ชุมชนเป็นอย่างมากเพราะสามารถเก็บบัวไปขายซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อีกทาง
“จากข้อร้องเรียนนั้น ขอยืนยันว่าการปลูกบัวไม่มีผลกระทบจากการกีดขวางทางน้ำภายในคลองชลประทานอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าการปลูกบัวจะไม่ปลูกเต็มคลอง จะปลูกริมตลิ่งทั้งสองฝั่งและจะมีการบริหารจัดการไม่ให้มีการขยายบัวเต็มคลองอย่างเด็ดขาด และในส่วนของเรื่องงบประมาณจำนวน 17 ล้านที่มีผู้ร้องนั้น ไม่ใช้ปลูกบัวทั้งหมด 17 ล้าน แต่แบ่งในส่วนของการทำป้ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและการปรับปรุงภูมิทัศน์ ตลอดจนจัดทำสถานที่พักระหว่างการท่องเที่ยว เป็นต้น” นายอนุกูลกล่าว
ด้านนายมนัส พุทธรัตน์ ตัวแทนเกษตรกรอำเภอหนองเสือ กล่าวว่า ไม่ได้ร้องคัดค้านการปลูกบัว หากจะไปปลูกที่อื่นที่ไม่ใช่ในคลองส่งน้ำสาธารณะ แต่การนำวัชพืชมาปลูกขวางทางน้ำในคลองสาธารณะนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ยั่งยืน ไม่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ทั้งที่รัฐบาลได้มีนโยบายในการกำจัดวัชพืชในลำคลองสาธารณะต่างๆ เพื่อเปิดทางระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วในช่วงหน้าแล้งและหน้าฝน แต่การนำวัชพืชมาปลูกในคลองเป็นการกีดขวางทางน้ำ และที่ผ่านมาน้ำก็ไม่เพียงพอในการใช้ทำเกษตรกรรมอยู่แล้ว จนมีข่าวการแย่งชิงน้ำกันเกิดขึ้นจนมีการกระทบกระทั่งกัน เกือบจะบานปลายจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ
“ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวเพราะได้ไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีเอาไว้แล้ว เพื่อให้ท่านได้มีการทบทวนและพิจารณาถึงผลกระทบที่มีต่อเกษตรกรใน อ.หนองเสือ และอำเภอใกล้เคียงที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบไปด้วย” นายมนัสกล่าว