หน้าแรก ในประเทศ ครูโวยนโยบาย ...

ครูโวยนโยบาย ศธ. ถ้าจบสาขาไหนก็เป็นครูได้ จะจัดสอบใบวิชาชีพไปทำไม

22.03.17 | 14:10 น.

วันที่ 22 มีนาคม 2560 นางสุจี บุญลิ่มเต็ง อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนสังกัดประถมศึกษา 3 จชต. ในฐานะผู้ชำนาญการพิเศษด้านการสอนครู 3 จชต. กล่าวถึงกรณีทางกระทรวงศึกษาธิการมีมติปรับมาตรฐานครูผู้ช่วยให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือใบอนุญาตปฏิบัติการสอนของคุรุสภาก็สามารถสอบได้นั้นว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการได้เปิดสอบแข่งขันครูไม่จำเป็นต้องใช้ใบวิชาชีพครู ก็สามารถเป็นครูได้ พอเปลี่ยนรัฐบาลก็เปลี่ยนโยบาย ครูที่ดีมีคุณภาพก็จะต้องเป็นครูที่มีใบประกอบวิชาชีพ จนนำมาสู่การหาใบวิชาชีพเพื่อมาแสดงให้เห็นว่าเราทุกคนมีความพร้อมที่จะเป็นครูที่ดี แม้กระทั่งคนที่จบมาทางด้านครูแต่ไม่มีใบวิชาชีพก็จะต้องไปหาที่เรียนใช้เวลาอบรม หรือเรียนตามหลักสูตรเป็นปีกว่าจะได้ใบนี้มา 1 ใบ แล้วก็สอบแข่งขันกันเพื่อเข้ารับราชการเป็นครู แต่พอมาวันนี้ กลับเปลี่ยนแนวคิดอีกอยากได้ครูเก่ง

“ถ้าอย่างนั้นก็สอบแข่งขันครูผู้ช่วยที่เก่งเฉพาะทางไป แยกกับครูที่เรียนมา 5 ปี 7 ปี หรือ ครูที่มีใบวิชาชีพ ไปตัดโอกาสเด็กที่ตั้งใจเป็นครูที่ฝึกความชำนาญ ครูเหล่านี้ก็เป็นคนเก่ง คนดี มีความสามารถ มีคุณธรรม เด็กเหล่านี้ไม่ได้จับฉลาก หรือ ขอเรียนแบบไม่มีที่เรียน กว่าจะสอบเข้าเรียนได้ก้ไม่ต่างกับเรียนแพทย์ เภสัช วิศวะ เนื่องจากเขาเหล่านั้นมีความเชี่ยวชาญทางด้านการเป็นครู แต่จะเก่งในสายใดที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น อย่าปิดกั้น อย่าทำแบบล็อสเปค หรือ เขียน TOR เขียนเองนำเสนอเอง” นางสุจี กล่าว

ด้านนางสาวกัลยาณี (สงวนนามสกุล) นักศึกษาปี 5 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เปิดเผยว่า อ่านข่าวแล้วเกิดความรู้สึกรับไม่ได้ ก.ศึกษาธิการคิดอย่างไร ควรให้โอกาสครูที่เรียนจบ 5 ปี แล้วครูที่ไปเรียนต่อเพื่อให้ได้ใบวิชาชีพครูจะดีกว่า ส่วนผู้จบ ป.ตรี ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือวิชาที่หายาก ก็ต้องใช้วิธีการจ้างสอน จนกว่าจะสอบใบวิชาชีพได้ ถึงจะสอบบรรจุ คนเหล่านี้เป็นคนเก่งอยู่แล้ว คงสอบได้ไม่ต้องกังวล พวกเราคือคนไม่เก่ง แม้แต่ได้ใบวิชาชีพแล้วตกงานก็ยังมี

“ไม่อย่างนั้น ก.ศึกษาธิการ ก็ควรยกเลิกระบบการสอบใบวิชาชีพครูจะได้เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาได้มีโอกาสสอบเข้ารับราชการครู ไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มอีก 1-2 ปี พวกเราเรียน 3 ปี ฝึกสอนอีก 2 ปี ใช้เวลานานพอๆกับวิชาชีพสายวิทย์ สอนเด็ก ระดับประถม มัธยม ให้เข้าใจ ไม่ต่างกับการสร้างบ้านที่จะต้องวางรากฐานให้มีความแข็งแรงเช่นกัน” น.ส.กัลยาณี กล่าว

ขณะที่ นางบุญครอง เดิมไชย ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.6 จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ที่โรงเรียนของลูกสาวมีคุณครูที่เก่งทางด้านภาษาไทยมาสอนวิชาการเขียนชั้นสูง ทราบว่าคุณครูท่านนี้จบจากคณะมนุษยศาสตร์ ไม่ได้จบด้านครู แต่เป็นครูเก่ง มีความเชี่ยวชาญ เขียนหนังสือ ตำราไว้สอนเด็กได้ แต่พอเข้าสอนในชั้นเรียน เด็กนักเรียนต้องเจ็บหัวเพราะไม่เข้าใจที่ครูสอน มาถึงก็สั่งๆ และก็สั่ง ไม่ได้บอกรายละเอียดที่ชัดเจน สุดท้ายเด็กก็ต้องไปลอกรายงานของรุ่นพี่ที่เรียนผ่านมาแล้ว หากครูที่มีทักษะในการสอน ก็จะสามารถอธิบาย และเข้าใจธรรมชาติของเด็กได้ ดังนั้นตนเชื่อว่าคนที่จะมาเป็นครูก็จะต้องผ่านการฝึกทักษะจากใบประกอบวิชาชีพอยู่ดี

Advertisement