เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นายสินชัย พึ่งตำบล ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจสอบพื้นที่การเกษตร เช่น ไร่มันสำปะหลัง ไร่ข้าวโพด และนาข้าว ซึ่งได้รับความเสียหายจากปัญหาภัยแล้ง จนพืชผลการเกษตรยืนต้นตายหลายร้อยไร่ หลังจากนั้นได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารเทศบาลตำบลบึงอ้อ และผู้นำชุมชน เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ สำหรับนำไปประเมินสถานการณ์ และวางแผนเพื่อทำฝนหลวงให้มาตกลงในพื้นที่ ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร
นายสินชัย พึ่งตำบล ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า วันนี้ทางศูนย์ได้ลงพื้นที่มาที่ ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา เพื่อมาตรวจสภาพพื้นที่การเกษตรที่ประสบกับปัญหาภัยแล้ง ซึ่งพบว่ามีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งในบริเวณกว้าง ดังนั้น จึงได้รับฟังข้อมูลจากประชาชน เพื่อนำไปวางแผนปฏิบัติการทำฝนหลวงให้เกิดฝนตกลงมา ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว

นายสินจัยกล่าวอีกว่า ส่วนภาพรวมการปฏิบัติการฝนหลวงนั้น ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เริ่มปฏิบัติการทำฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.2560 โดยช่วงนี้เนื่องจากสนามบินกองบิน 1 จ.นครราชสีมา อยู่ระหว่างการฝึกซ้อมบินร่วมโคปไทเกอร์ ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา จึงได้ย้ายฐานปฏิบัติการไปที่ จ.บุรีรัมย์ และหน่วยเติมสารอยู่ที่ จ.ขอนแก่น เพื่อบินปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงอยู่ที่ จ.อุดรธานี โดยในเดือนเมษายน จึงจะย้ายฐานปฏิบัติการฝนหลวงจาก จ.บุรีรัมย์ มาที่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา แล้วย้ายหน่วยเติมสารจาก จ.ขอนแก่น มาที่ จ.บุรีรัมย์ ส่วนหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงอยู่ที่ จ.อุดรธานี ยังคงไว้เหมือนเดิม และในเดือนมิถุนายน ก็จะตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นมาอีก 1 แห่ง ที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อให้สามารถทำฝนหลวงครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ทั้งหมด

“ส่วนการปฏิบัติการทำฝนหลวงในช่วงแรกนี้ ก็จะมุ่งเน้นไปที่เพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคอง เนื่องจากปัจจุบันมีปริมาณน้ำเหลืออยู่น้อยมาก โดยศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จ.ลพบุรี ได้เร่งบินขึ้นไปโปรยสารเพื่อทำให้เกิดฝนตกเหนือเขื่อนลำตะคองทุกวัน เนื่องจากช่วงนี้มีพายุฤดูร้อนเข้ามา จึงมีเมฆมาก ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการทำฝนได้เป็นอย่างดี โดยที่ผ่านมาศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.บุรีรัมย์ ทำการบินทำฝนหลวงไปแล้ว 34 เที่ยวบิน ซึ่งได้ผลทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนลำตองในปริมาณที่น่าพอใจ” นายสินชัยกล่าว

