บิ๊กตร.แจง ม.44 “คนขับ-คนนั่ง”ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จับปรับทันที แฉค้างจ่ายใบสั่ง 86%

22.03.17 | 15:01 น.

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดูแลงานจราจร แถลงกรณีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 14/2560 เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ว่า ในเรื่องของคำสั่งของหัวหน้าคสช. มี 3 เรื่อง โดยทางตร. กรมการขนส่งทางบก และกรรมการกฤษฎีกา ร่วมกันนำเสนอต่อทางรัฐบาล

พล.ต.ท.วิทยา กล่าวว่า ตร. ได้เสนอร่างพ.ร.บ.จราจรทางบก ผ่านความเห็นชอบผ่านคณะรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความกรุณาว่าพ.ร.บ.อาจจะช้าและไม่ทันต่อเหตุการณ์ อาทิ เทศกาลสงกรานต์ ที่จะมาถึงนี้ นายกฯได้หยิบยกประเด็นที่ได้เสนอไปมาออกเป็นมาตรา 44 โดยใช้อำนาจและออกคำสั่ง ที่ 14/2560 ขึ้นมาใน 3 ประเด็นหลัก 1.เรื่องการยกรถที่กีดขวางการจราจรหรือกระทำผิดกฎหมาย ถ้ามีการจอดรถที่กีดขวางการจราจร ต่อไปนี้เจ้าพนักงานจะให้ยกไปเก็บรักษาไว้ อาจมีกฎกระทรวงรองรับการปฏิบัติตามนี้อีกทอดหนึ่ง และผู้ที่ถูกยกรถเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการยกและการเก็บรักษานั้นด้วย

“2.เรื่องการบังคับใช้เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง โดยปกติรถผลิตออกมาทั่วโลกจะมีเข็มขัดนิรภัยมาทุกที่นั่ง แต่กฎหมายเรายังไม่ได้บังคับใช้ ทั้งนี้เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถในการเดินทาง การที่กฎหมายออกมาเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ส่วนกรณีรถกระบะ หรือรถโดยสารรุ่นเก่า กรมขนส่งทางบกอยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อให้ทันบังคับใช้ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ทั้งนี้กรณีรถสาธารณะ รถแท็กซี่หากคนขับไม่คาดนิรภัย ต้องร่วมกันจ่ายค่าปรับทั้งคนขับและผู้โดยสาร และ 3.ผู้กระทำความผิดละเมิดกฎจราจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด หรือฝ่าฝืนสัญญาณไฟ ได้รับใบสั่งจากเจ้าพนักงานแล้วไม่ได้ไปชำระค่าปรับ โดยมีสถิติพบว่าจากใบสั่งที่ออกมาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2559 จนถึงปัจจุบัน ทั้งหมด 680,000 ใบ มีผู้ไปชำระ 11% ยังไม่ได้ชำระ 86 % และใบสั่งที่ยกเลิกไป 2%

“ควรไปชำระใบสั่งภายใน 15 วัน แต่ปรากฏว่าไม่ได้ไปดำเนินการเลย ทำให้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เป็นผล มีผู้กระทำความผิดและฝ่าฝืนกฎจราจรเป็นจำนวนมาก เลยมีการนำเสนอกับกรมขนส่งทางบก ว่าผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหรือไม่ชำระค่าปรับ เมื่อไปต่อทะเบียนรถ นายทะเบียนจะตรวจสอบว่าค้างชำระค่าปรับอยู่หรือไม่ ถ้ามีการค้างชำระ เจ้าพนักงานต้องแจ้งให้ทราบ ต้องไปชำระค่าปรับ โดยเปิดโอกาสให้สามารถชำระได้ผ่านนายทะเบียนกรมขนส่งได้ทันที หรือเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย หากไม่ชำระจะมีการดำเนินการใน 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ 1.ชำระต่อนายทะเบียนหรือเจ้าพนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน และนำหลักฐานการชำระมาแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อขอรับป้ายวงกลม 2.ถ้าไม่ชำระพนักงานจะแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายและของดการออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และ3.ผู้ขับขี่เห็นว่าไม่ได้ฝ่าฝืนให้มาแสดงตัวต่อเจ้าพนักงานจราจรหรือทำหนังสือแย้งข้อกล่าวหาภายใน15วัน นับตั้งแต่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน เมื่อเจ้าพนักงานจราจรได้รับหนังสือแย้งแล้ว จะส่งเรื่องไปที่พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการฟ้องต่อศาลและจะแจ้งผลให้ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถทราบต่อไป อย่างไรก็ตามในวันที่ 23มีนาคม จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อให้การปฏิบัติงานในส่วนนี้เป็นไปโดยที่ประชาชนได้รับความสะดวกและการบังคับใช้กฎหมายเกิดประสิทธิภาพ” ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.ท.วิทยา กล่าวอีกว่า ในส่วนของคำสั่งที่ 15/2560 เป็นคำสั่งในเรื่องของรถโดยสารสาธารณะ เป็นเรื่องของกรมการขนส่งทางบก จะต้องตรวจสอบสภาพรถโดยสารให้มีความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนในการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ตร.จะเน้นหนักในเรื่องของการบังคับใช้ตามพ.ร.บ.จราจรทางบก ที่ได้มีการแก้ไขตามคำสั่งนี้

Advertisement

พล.ต.ต.วิทยา กล่าวด้วยว่า จากคำสั่งนี้มีบางส่วนที่เจ้าหน้าที่พร้อมบังคับใช้ทันที นั่นคือ การกวดขันเรื่องเข็มขัดนิรภัย และการชำระค่าปรับ ที่คำสั่งนี้อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถชำระผ่านขนส่งได้ โดยการชำระค่าปรับที่มีผลต่อภาษีจะเริ่มใช้กับใบสั่งชำระค่าปรับที่ออกตั้งแต่วันที่คำสั่ง คสช.นี้ออกมา ไม่มีผลต่อใบสั่งที่ออกก่อนหน้านี้ ส่วนกรณีการจอดรถกีดขวางหรือประเด็นอื่นๆต้องไปออกกฎกระทรวงเพื่อรองรับการปฏิบัติ ในส่วนของตำรวจววันนี้จะออกมาตรการปฏิบัติ โดยยืนยันว่าระหว่างที่ประเด็นการบังคับใช้กฎหมายบางอย่างยังต้องรอกฎกระทรวงที่จะออกโดยเร็ว จะไม่เป็นช่องว่างในการหาผลประโยชน์โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ โดยตร.มีมาตรการกำกับดูแลอยู่แล้ว

ผังใบสั่ง