วันที่ 22 มี.ค.60 เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.อาทิพย์ ซึมดอน ผกก.สภ.พิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พ.ต.ท.ไพบูรณ์ คูณค้ำ สว.สส.สภ.พิมาย พร้อมชุดสายสืบ สภ.พิมาย ร.ต.อ.อนุวัฒน์ รัตนจีนะ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พิมาย ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมเด็กวัยรุ่นขโมยงัดตู้เติมเงินโทรศัพท์ และนำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ สืบเนื่องมาจากเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 20 มี.ค.60 ได้ก่อเหตุงัดแงะตู้เติมเงินโทรศัพท์ของโรงเรียนกวดวิชามานะวิทย์ ม.1 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ได้ออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ กล้องวงจรปิดจับภาพขณะคนร้ายทำการงัดไว้ได้อย่างชัดเจน ต่อมาพ.ต.อ.อาทิพย์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ตั้งด่านจุดสกัดกวดล้างจับกุมที่บริเวณถนนสายบ้านส่วย-รังกาใหญ่ ม.3 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
ระหว่างนั้นมีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สมายสีเขียวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนนั่งมา 2 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัวเข้าตรวจค้น ส่วนคนที่นั่งซ้อนท้ายตกใจได้วิ่งหลบหนีไป คนขับรถจักรยานยนต์มีท่าทางพิรุธโดยที่เสื้อผ้าที่สวมใส่เหมือนกับในภาพกล้องวงจรปิดที่งัดตู้เติมเงินโทรศัพท์ จึงได้นำตัวมาตรวจปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วง ทราบชื่อ นายโอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ในข้อหาเสพยาบ้าและรับสารภาพว่าได้ไปขโมยงัดตู้เติมเงินโทรศัพท์ตามสถานที่ต่างๆ ในตัวเมืองพิมาย และงัดตู้ชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญ ร่วมกับเพื่อนอีก 1 คน ชื่อ นายธัน (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปจับกุม นายธันมาที่ สภ.พิมายก่อนให้การรับสารภาพ และนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วนนายโอ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวส่งศาลเยาวชนนครราชสีมาก่อนนี้แล้ว
จากการสอบถาม นายธัน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ไปก่อเหตุร่วมกับเพื่อนงัดตู้เติมเงินโทรศัพท์และตู้ชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญมา 4 ครั้งแล้ว รถจักรยานยนต์ที่ขับขี่มาประกอบเหตุก็ไปขโมยเขามาที่บริเวณ บขส.พิมายเมืองใหม่ หลังจากนั้นก็มางัดตู้ชั่งน้ำหนังหยอดเหรียญใน บขส. แต่ไม่ได้เงินไป วันต่อมางัดตู้เติมเงินโทรศัพท์ที่ด้านหน้าร้านสะดวกชื้อในเขตเทศบาลตำบลพิมายได้เงินไป 700 บาท ต่อมางัดตู้ชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญ อยู่ด้านหลังตลาดไนท์บาร์ซาพิมาย และมางัดตู้เติมเงินโทรศัพท์ ที่อยู่ด้านหน้าโรงเรียนกวดวิชามานะวิทย์ ได้เงินไป 600 บาท โดยเงินที่ได้ไปเอามาแบ่งกันเพื่อนก็เอาเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ ส่วนตนไม่ได้เสพยาแต่เอาเงินไปเที่ยวเตร่
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ได้ตั้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยายพาหนะเพื่อการสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือให้พ้นการจับกุมและทำให้เสียทรัพย์

