เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการแก้ไขอำนวยการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ว่า กรมชลประทานยืนยันว่า สถานการณ์น้ำแล้งในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเป็นเขื่อนที่ปล่อยน้ำเข้ากรุงเทพฯ และส่งผลต่อการอุปโภคบริโภค น้ำประปาของประชาชนภายใน กทม.โดยตรง ในปี 2560 นั้น แม้จะไม่ได้อยู่ในระดับมาตรฐาน แต่ก็ไม่ถึงขั้นวิกฤต หากเทียบกับปี 2558 และ 2559 และเมื่อฤดูฝนมาถึง หากไม่มีปัญหาฝนขาดช่วง สถานการณ์น่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สำหรับการเพาะปลูกในช่วงหน้าแล้ง ขอความร่วมมือให้ เกษตรกรไม่เพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำมาก
พล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า ขณะที่ตัวแทนจากการประปานครหลวง แจ้งว่า เนื่องจากสถานการณ์น้ำแล้งไม่ได้อยู่ในขั้นวิกฤต น้ำประปาที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค จึงมีปริมาณความเค็มไม่ถึงจุดที่ทำให้เกิดความรู้สึกต่อผู้บริโภค เช่นเดียวกับเกษตรกรที่ทำการเกษตรริมน้ำไม่ต้องกลัวความเสียหายที่จะเกิดต่อพืชที่ปลูกแต่อย่างใด สำหรับการจัดการปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ กทม.นั้น ในวันนี้ทางตัวแทนของทั้ง 6 กลุ่มเขตในพื้นที่ กทม. ได้ชี้แจงถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งตามแผนป้องกันภัยแล้งประจำปี 2560 ของ กทม. โดยผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขตต้องจัดตั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยแล้งประจำปี 2560 โดยแบ่งความรุนแรงเป็น 4 ระดับได้แก่ 1.ภัยแล้งระดับ 1 (เล็ก) ให้อยู่ใต้การดูแลของ ผู้อำนวยการเขต 2.ภัยแล้งระดับ 2 (กลาง) ให้อยู่ใต้การดูแลของ ผู้ว่าฯกทม. 3.ภัยแล้งระดับ 3 (ใหญ่) ให้อยู่ใต้การดูแลของ กระทรวงมหาดไทย และ 4.ภัยแล้งระดับ 4 (ระดับชาติ) ให้อยู่ภายใต้การดูแลของ นายกรัฐมนตรี

