บิ๊กต่ายฟันผู้การต๊ะ-ผบก.ตาก อีก 3ผกก.เด้งขาด ภูมิธรรมลุยปอยเปตวันนี้
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เซ็นคำสั่งเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ให้ พล.ต.ต.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ ผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 5 รักษาราชการแทน ผู้บังคับการกองตรวจราชการ 6 หลังตรวจพบการนำเสนอข่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ ในประเด็นเกี่ยวกับนายตำรวจยศพล.ต.ต. มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจเมียวดีคอมเพล็กซ์
กรณีสงสัยว่าข้าราชการตำรวจได้ประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่ หรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำความผิดทางวินัยหรืออาญา หากให้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิมอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ ดังนั้น เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้อง และมีคำสั่งพล.ต.ต.สัมฤทธิ์ เอมกมล ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดตาก ช่วยราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจ 3 ราย พ.ต.อ.พิทยากร เพชรรัตน์ ผกก.สภ.แม่สอด จ.ตาก พ.ต.อ.ฐมณ์พงศ์ เพ็ชร์พิรุณ ผกก.สภ.แม่ระมาด จ.ตาก และพ.ต.อ.ฉัตรชัย คำยิ่ง ผกก.สภ.พบพระ จังหวัดตาก ช่วยราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจฎธรภาค 6 โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ก่อนหน้านี้ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หน่วยงานความมั่นคง เร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติออนไลน์ โดยประสานงานกับทางการจีน เรื่องการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้แจ้งให้ประชุมรับทราบว่าในเวลา 12.00 น. วันเดียวกันนี้จะมีการออกคำสั่งย้ายข้าราชการระดับสูงของไทยที่มีส่วนพัวพันหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ส่วนการตัดสัญญาณในระบบสื่อสารโทรคมนาคมของ กสทช. ผลยังไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะฝั่ง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตรงข้ามปอยเปต ประเทศกัมพูชา กสทช.ยังไม่ตอบสนองมาก ขณะเดียวกันในฝั่งตะวันตกตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ขอให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด
ส่วนเรื่องมนุษยธรรม รัฐบาลไทยเปิดรับผู้ป่วยจากประเทศเมียนมาให้เข้ามารักษาตัวในโรงพยาบาลของไทยได้ และอนุญาตให้รถยนต์ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเติมน้ำมันได้ โดยจะเพิ่มมาตรการในการจัดการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังให้สิ้นซาก ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า12 กุมภาพันธ์ จะลงพื้นที่ปอยเปต กัมพูชา โดยเท่าที่ทราบขณะนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดขนาดลงดูจากการใช้ไฟที่ไม่เสถียร และอินเตอร์เน็ตมีปัญหาแม้เขาจะใช้ดาวเทียมวงจรต่ำ ตรงนี้เป็นปัญหาที่เราต้องกดดันต่อไป โดยฝ่ายพื้นที่ประเมินว่าต้องลดระดับลง หรือเปลี่ยนจุดที่เป็นปัญหา ในพื้นที่ปอยเปตเรารู้ตัวคนที่เกี่ยวข้องแล้ว
“เราได้รับรายชื่อของกลุ่มต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศประมาณ 300 – 400 เครือข่าย และดำเนินการตรวจสอบในทางลับอยู่ หากจะมาพูดหรือโวยวายอะไรต้องบอกว่ามีหลักฐาน เพราะเราจัดการตามกระบวนการนิติธรรม ไม่ใช่มาพูดตรงนั้นตรงนี้ และแนะนำไปเรื่อย หากคิดว่าตัวเองมีหลักฐานให้เอามา ถ้ามีหลักฐานชัดเราไม่ปล่อยแน่นอน แต่การพูดลอยๆ เจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติไม่ได้เพราะ หากโดนฟ้องกลับเจ้าหน้าที่จะตายหมด ถ้าคิดว่าอะไรมีปัญหาให้เอามา อย่าไปจินตนาการ หรือไปเขียนข้างนอก ให้เอามายื่นเราจะจัดการ ถ้ามายื่นแล้วเราไม่จัดการให้เอาหลักฐานนั้นไปแฉให้ทุกคนดู ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม แล้วเราไม่จัดการค่อยมาตำหนิ“นายภูมิธรรมกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนไทยที่ถูกหลอก มีโอกาสที่จะช่วยออกมาหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรากำลังดำเนินการทุกทางที่จะกดดันให้ออกมา ตัวเลขที่จะส่งกลับมามีทั้งคนไทยและส่วนอื่น ต้องดูเป็นล็อตๆ โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าจะส่งมาที่ไทยประเทศต้นทางของเขาต้องพร้อมจะรับกลับไป ไม่เช่นนั้นรับมาแล้วมาอยู่ชายแดนไทยจะกลายเป็นค่ายอพยพ และเวลานี้เอ็นจีโอ ที่อยู่ในค่ายอพยพไม่ได้มีเงินพอที่จะดูแล จะให้รัฐบาลไทยไปรับผิดชอบก็คงไม่ไหว คุยกับประเทศที่เกี่ยวข้องแล้ว และได้รับการสนับสนุนจากนานาประเทศ โดยสถานทูตที่มีบุคคลของเขาอยู่ในข่ายถูกหลอกไป พร้อมจะมารับคนของเขากลับ ทั้งยุโรป แอฟริกา ลาตินอเมริกา และเอเชีย หลายประเทศพร้อมมารับและขอบคุณประเทศไทย เขาอยากรับคนของเขากลับแต่ไม่มีเส้นทางที่จะเข้าไป เมื่อไทยจัดการได้เขาก็ขอบคุณ

