หน้าแรก ในประเทศ ปลัดประจวบฯ แ...

ปลัดประจวบฯ แจงเหตุสารปราบแมลงดำหนาม 32.8 ล้านเก็บเข้ากรุ ไม่ได้ขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย

23.03.17 | 11:05 น.

เมื่อวันที่ 23  มีนาคม นายสมพร  ปัจฉิมเพ็ชร  ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์   เปิดเผยว่า  ได้สั่งการให้นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ชี้แจงข้อเท็จจริง  กรณีหอประชุมอำเภอหลังเก่ามีการเก็บสารบีที จำนวนมากที่จัดซื้อเพื่อใช้กำจัดแมลงดำหนาม โดยไม่ได้นำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว   เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ในปีงบประมาณ 2555  มีการจัดสรรงบประมาณ  32.8  ล้านบาทเพื่อทำการจัดซื้อเพื่อปราบแมลงดำหนาม เฉพาะอำเภอเมืองฯ   โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ( ปภ.)มีการประกาศเขตภัยพิบัติ หลังจากสำนักงานเกษตรจังหวัดทำการสำรวจพื้นที่ความเสียหาย  จากนั้นหน่วยงานในสังกัดเกระทรวงมหาดไทยในระดับจังหวัดมีการจัดซื้อสาร บี ที  ด้วยวิธีการตกลงราคา ตามระเบียบการประกาศเขตภัยพิบัติของกระทรวงการคลัง จากบริษัท นานาโนไบโอเทค อินดัสตรีจำกัด  ตามมติคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยระดับจังหวัด

“ หลังจากบริษัทคู่สัญญานำสินค้ามามอบให้ตามจำนวนที่กำหนดในการจัดซื้อจัดจ้าง  มีการตรวจสอบพบว่าสาร บีที ดังกล่าวไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายมีเอกสารลงนามโดยอธิบดีกรมวิชาการเกษตร จึงมีการแจ้งยกเลิกสัญญาไม่จ่ายเงิน 32.8 ล้านบาท   แต่น่าแปลกใจที่บริษัทผู้เสียหายไม่ได้นำสินค้ากลับไปตรวจสอบ  และต่อมาได้ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง  ล่าสุดศาลปกครองตัดสินให้ทางราชการชนะคดีเนื่องจากดำเนินการถูกตามระเบียบปฎิบัติ   ส่วนการทำลายสาร บีที ดังกล่าวที่หมดอายุการใช้งานมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากส่งกลิ่นเหม็น  คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีก 2 ปี  เนื่องจากต้องรอคำสั่งศาลปกครองกลางสูงสุด ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายนของกลางทั้งหมดออกจากหอประชุม ” น ายสมพร กล่าว

201703231051531-20021028190357

นายมลศักดิ์ พงศ์สุพัฒน์  เกษตรอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ตนเพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งได้ไม่นาน ยืนยันว่าเกษตรอำเภอไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อ  สำหรับการจัดซื้อภายหลังมีการประกาศเขตภัยพิบัติปัจจุบันมีการประกาศยกแล้ว และ มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อสารเคมี ที่มีการวิจัยว่าไม่มีสารตกค้างจากการฉีดพ่นทางใบและการเจาะลำต้น เพื่อทดแทนการใช้สาร บีที ซึ่งเชื้อจุลินทรีย์จะใช้ได้ผลดีในการปราบแมลงดำหนามเฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้น