วันที่ 23 มีนาคม 2560 ความคืบหน้ากระแสคัดค้านอย่างกว้างขวาง กรณีขนย้ายไม้ของกลางที่คดีสิ้นสุดแล้วมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท จากหน่วยป้องกันรักษาป่าในท้องที่ จ.แม่ฮ่องสอน นำส่งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) อู่บกพหลโยธิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อใช้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะที่พิพิธภัณฑ์แม่สะเรียงเองถูกเพลิงไหม้ แต่จะซ่อมสร้างแทนด้วยวัสดุเทียมไม้ หรือไม้เฌอร่า ล่าสุด นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.อ.สมเจตน์ ภักดีบรรณดิษฐ์ รองผู้อำนวยการการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) จ.แม่ฮ่องสอน หรือรองผู้ว่าฝ่ายทหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานโยธาธิการ จ.แม่ฮ่องสอน และคณะได้เดินทางเข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมเทศบาลแม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อพิจารณารูปแบบรูปโครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง
รายงานระบุที่ประชุมได้พิจารณาให้ปรับแบบแปลน จากงานสถาปัตยกรรมที่มองเห็นด้วยไม้เฌอร่า ปรับให้เป็นไม้สักทั้งหมด แต่โครงสร้างยังเป็นเหล็กเพื่อความแข็งแรง และจะตกแต่งด้วยไม้สักทั้งหมด ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่แสดงความประสงค์จะบริจาคไม้สักดังกล่าวให้ เพื่อใช้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง ส่งผลให้บรรยากาศประชาชนที่มาร่วมประชุมต่างแสดงความรู้สึกดีใจ กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะรอง ผอ.รมน.จ.แม่ฮ่องสอน ที่เป็นหลักแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนชาวอำเภอแม่สะเรียง

ด้าน พ.อ.สมเจตน์กล่าวให้คำมั่นว่า หากมีการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง ต้องสร้างให้เหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิม ขณะที่ นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ กล่าวท่ามกลางเสียงปรบมือ ขอบทุกฝ่ายที่ช่วยกันนำเสนอปัญหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ว่าจากการทำหน้าที่ปลัดอำเภอ มีประชาชนมาสอบถามแสดงความคิดเห็นถึงความสำคัญของพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง ซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจเป็นอย่างมาก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและนำรายได้เข้าอำเภอแม่สะเรียงและจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ประชาชนจำนวนมากถึงกับเสียใจและร้องไห้ ยิ่งเมื่อทราบว่าจะก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ด้วยไม้เฌอร่าแทนไม้สัก เหมือนทำให้คุณค่าหมดไป โดยจะได้แจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบข่าวประชุมวันนี้ต่อไป
ขณะที่นายสืบศักดิ์ ได้ขอให้นายบุญญฤทธิ์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง ติดตามประสานงานการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียงให้สำเร็จ เนื่องจากเป็นผู้ที่นำเสนอปัญหาความต้องการของราษฎรในพื้นที่รายงานไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาโดยตลอด อีกทั้งกำชับให้เทศบาลเมืองยวมใต้ วางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเพลิงขึ้นอีก สำหรับการขอใช้ไม้สักของกลางที่คดีสิ้นสุด เพื่อประโยชน์ในพื้นที่นั้น ก็จะขอไปยังหน่วยงานกรมป่าไม้เป็นหลัก หากได้รับอนุญาตก็อาจนำมาใช้สำหรับตกแต่งภายในต่อไป

