หน้าแรก ในประเทศ รถตู้ขานรับ ม...

รถตู้ขานรับ ม.44 ห้ามโดยสารเกิน 13 คน ชี้ขับสบายใจ-ไม่เสียสมาธิแม้กระทบรายได้บ้าง

23.03.17 | 16:10 น.

 

วันที่ 23 มีนาคม ภายหลังจากเมื่อวันที่ 21 มีนาคม เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 15/2560/ เรื่อง มาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะห้ามรถตู้โดยสารนั่งเกิน 13 คน สั่งทำประกันเพิ่ม เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงพักใบอนุญาตผู้ประกอบการ ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่เพื่อสอบถามความคิดเห็นของพนักงานขับรถตู้โดยสาร ภายในจังหวัดขอนแก่น ต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากกฎหมายกำหนดไม่ให้ผู้โดยสารมานั่งข้างหน้าคู่กับพนักงานขับรถ ซึ่งทำให้เราสามารถขับรถได้สะดวกและไม่เสียสมาธิ เพราะผู้โดยสารที่นั่งคู่พนักงานขับรถส่วนใหญ่ไม่ยอมทำตามคำเตือน คือห้ามเล่นโทรศัพท์ หรือคุยโทรศัพท์เป็นเวลานานๆ ซึ่งจะทำให้พนักงานขับรถเสียสมาธิและแสงของโทรศัพท์แยงตาเวลามองกระจกด้านซ้ายในเวลากลางคืน

201703231507342-20150622173355

นายวัลชัย  นามยา พนักงานขับรถตู้โดยสาร สาย 226 ขอนแก่น-อุดร กล่าวว่า พอทราบว่ามีกฎหมายออกมากำหนดไม่ให้รถตู้โดยสารรับผู้โดยสารมานั่งด้านหน้าคู่คนขับ ก็เท่ากับว่าเหลือที่นั่งเพียง 13 ที่นั่ง เพราะทุกวันนี้ รับผู้โดยสาร 14 ที่นั่ง คือด้านห้องผู้โดยสาร 13 ที่นั่ง และด้านหน้าคู่คนขับอีก 1 ที่นั่ง รวมเป็น 14 ที่นั่ง ถ้าลดผู้โดยสารด้านหน้าคู่คนขับออกไป ก็เหลือเป็น 13 ที่นั่ง มองว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเลย เนื่องจากผู้โดยสารที่มานั่งข้างหน้านั้นไม่ค่อยปฏิบัติตามกฎที่เรากำหนดไว้เท่าที่ควร ซึ่งทางเรามีกฎเตือนผู้โดยสาร และจะมีสติ๊กเกอร์ติดไว้ให้ผู้โดยสารเห็นเป็นคำเตือนว่า ห้ามเล่นโทรศัพท์ และคุยโทรศัพท์ในขณะเดินทาง จะเป็นการสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่น และทำให้เสียสมาธิในการขับรถ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้โดยสารทำตามแต่อย่างได แม้กระทั่งเวลาเดินทางในเวลากลางคืนผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้าคู่กับพนักงานขับรถเล่นโทรศัพท์พนักงานจะเตือนและขอความร่วมมือว่าให้เลิกเล่นก่อนเพราะแสงมันแยงตาเวลามองกระจกหลังด้านซ้ายมือ กลับได้รับคำตอบว่า พี่ก็ไม่ต้องมองมาทางนี้ซิ ทำให้เราลำบากใจมากๆ

201703231507344-20150622173355

Advertisement

“หากจะถามถึงผลกระทบว่าในด้านของพนักงานขับรถตู้โดยสาร ผมว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลดีมากๆ แต่ถ้าในทางกลับกัน ด้านผู้ประกอบการรถตู้โดยสารก็จะมีผลกระทบด้านรายรับอยู่บ้าง ซึ่งคนมองอาจจะคิดว่าลดลงไปเพียงที่นั่งเดียวคงไม่กระทบมากนัก แต่หากมาคิดในภาพรวมแล้ว สำหรับ รถตู้โดยสาร สายขอนแก่น-อุดร จะเก็บค่ารถกับผู้โดยสาร คนละ 84 บาทต่อเที่ยว 1 วัน รถตู้โดยสารจะเดินรถเฉลี่ย  4 เที่ยวต่อวัน ในรถตู้ 1 คัน ก็จะลดรายได้ไปเป็นเงิน 336 บาทต่อคัน แล้วผู้ประกอบการเดินรถ มีรถในครอบครอง 10 คัน ถ้าคิดเป็นเงินต่อวัน เป็นจำนวนมากเหมือนกันก็ ซึ่งผมมองว่าจะกระทบมากพอสมควรกับผู้ประกอบการเดินรถตู้โดยสาร” นายวัลชัยกล่าว

นายวัลชัยกล่าวอีกว่า ตอนนี้ผมกำลังรอให้ระบบติดตั้งเครื่องรูดบัตรพนักงานขับรถ ก่อนออกเดินทางให้เสร็จโดยเร็ว เนื่องจากทางขนส่งจะสามารถบันทึกการบริการ การขับรถเพื่อเป็นประวัติของพนักงานขับรถได้แล้ว ยังส่งผลดีต่อผู้โดยสาร และยังสามารถตรวจสอบได้ว่าพนักงานคนใดที่ทำไม่ถูกตามระเบียบที่ทางขนส่งได้กำหนดไว้ เพราะทุกวันนี้คนมองว่าพนักงานขับรถตู้โดยสาร ขับเร็วบ้าง พูดจาไม่สุภาพบ้าง ผมจึงไม่อยากให้คนมองพนักงานขับรถโดยรวมในทางที่ไม่ดี เพราะพนักงานขับดีๆ ก็มีอยู่มาก หากระบบนี้เรียบร้อยโดยเร็วจะทำให้ตัวเองสบายใจมากขึ้น เพราะตนเองรักในอาชีพนี้และใช้อาชีพนี้เลี้ยงครอบครัว จึงอยากมีประวัติที่ดี ซึ่งเคยมีประสบการณ์ ที่วันหยุดพักของตัวเอง แล้วมีพนักงานอีกคนนำรถที่ติดชื่อของตนเองไปขับ และขับไม่สุภาพ แถมพูดจาก้าวร้าว เลยโดนร้องเรียนไปที่ขนส่ง ขนส่งก็เรียกตัวเข้าพบ แต่ผมสามารถมีเอกสารแจงว่าเป็นวันหยุด สามารถตรวจสอบได้ ผมจึงรอดและรอให้ระบบนี้เรียบร้อยโดยเร็ว

ขณะที่นางธัญญรัตน์ โรจนาปิยวงศ์ ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะ สายนครราชสีมา-บุรีรัมย์ กล่าวว่า จากประกาศล่าสุดของรัฐบาล คสช.ที่ให้รถตู้โดยสารสาธารณะปรับลดเบาะผู้โดยสารลง 2 ที่นั่ง จากเดิมมี 15 ที่นั่ง เหลือ 13 ที่นั่ง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เพราะเมื่อเทียบกับนโยบายก่อนที่จะให้ยกเลิกวิ่งรถตู้โดยสารสาธารณะแล้วเปลี่ยนเป็นรถมินิบัสแทนนั้น ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะส่วนใหญ่รับไม่ได้ เพราะมีต้นทุนสูง เรื่องการซื้อรถมินิบัสคันละไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาทเลยทีเดียว ดังนั้น เมื่อรัฐบาลยอมถอยมาประกาศใช้การปรับลดเบาะที่นั่งผู้โดยสารแทน จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนรับได้อย่างแน่นอน โดยในส่วนของกลุ่มผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะ สายนครราชสีมา-บุรีรัมย์ ปัจจุบันมีรถวิ่งอยู่ทั้งหมดจำนวน 32 คัน ก็จะรีบไปหารือกันและพร้อมที่จะปรับลดเบาะผู้โดยสารลงทันที จึงขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะ คสช. ที่ประกาศนโยบายออกมาแบบนี้