วันที่ 23 มีนาคม 2560 จากกรณีทหาร มทบ.41 ค่ายวชิราวุธ บุกทลายบ่อนไฮโลใน ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และจับบ่อนหลังสถานีขนส่ง ถ.กะโรม อ.เมืองนครศรีธรรมราช ทำให้ พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.41 ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการป้องปรามไม่ให้มีการลักลอบเล่นการพนันได้อีก ขณะที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับเรื่องร้องเรียนการลักลอบการเล่นการพนันในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน และมีความกังวลใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการถ่ายทอดสดการพนัน “ไก่ชน โคชน”ออกอากาศผ่านโทรทัศน์ หรือ”การพนัน ไก่ตู้” เป็นสาเหตุให้มีการพนันเกิดขึ้นและเข้าถึงได้ง่ายในเด็กและเยาวชน ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดอย่างมาก เนื่องจากจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ชื่อว่าเป็นเมืองพระ โดยมีการนำเสนอข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้นั้น
แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า หลังการนำเสนอข่าวการบุกทลายบ่อนต่างๆ ทำให้นักพนันไม่มีสถานที่เล่น รวมถึงเจ้าของบ่อนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขาดรายได้ลงในทันที เนื่องจากต้องปิดบ่อนลงชั่วคราว กลับเป็นการส่งสัญญาณให้บ่อนการพนันขนาดใหญ่ในแต่ละแห่งรู้ตัว โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าบ่อนถาวรขนาดใหญ่เจ้าหน้าที่ทำไมถึงไม่เข้าดำเนินการจับกุม ซึ่งอาจเป็นไปได้หลายประเด็น เช่น มีผู้หลักผู้ใหญ่เข้าไปใช้บริการอยู่ รวมไปถึงมีผลประโยชน์ที่ลงตัวก็อาจเป็นได้ แต่อย่างไรก็ตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่น่าได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก เพียงแต่อาจจะต้องตรวจสอบให้รอบคอบเสียก่อน หากผลีผลามไปอาจจะมีปัญหายาวก็เป็นได้ นั่นคือเหตุผลที่ไม่อาจเข้าจับกุมบ่อนการพนันใหญ่ๆได้ก่อน จึงต้อง”เชือดไก้ให้ลิงดู” เป็นการป้องปรามส่งสัญญาณให้ทราบ
ล่าสุดภายหลังจากที่มีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ทางด้านงานฝ่ายปกครองจังหวัด รวมไปถึงกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด โดยนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ร่อนหนังสื่อให้นายอำเภอทุกอำเภอ เพิ่มความเข้มข้นในการติดตามตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง มิให้มีการพนันเกิดขึ้นในพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะการถ่ายทอดสดออกอากาศ การ “ชนโค ชนไก่” ห้ามมิให้มีโดยเด็ดขาด ตามคำสั่งในหนังสื่อ 1) ให้เพิ่มความเข้มงวดกวดขันมิให้มีการลักลอบเล่นการพนันทุกประเภท โดยเด็ดขาด หากปรากฏว่าพื้นที่ใดปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ จะพิจารณาดำเนินการตามควรแก่กรณีต่อไป
2) ให้อำเภอที่มีสนามชนโค ชนไก่ ในพื้นที่ ชีแจงทำความเข้าใจกับผู้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่เล่นการพนันชนโคและชนไก่ทุกราย ทราบว่าหากสถานที่แห่งใดมีการถ่ายทอดสด แล้วปรากฏพยานหลักฐานว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จังหวัดจะพิจารณาสั่งพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามความร้ายแรงแห่งกรณีโดยเฉียบขาด และจะต้องทำการรายงานผลให้ทางจังหวัดทราบภายในวันที่ 24 มี.ค.60 นี้ ลงชื่อ นายณรงค์พร ณ พัทลุง ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช มีสนามชนไก่ มากว่า 40 สนามทั่วทั้งจังหวัด และสนามชนโค มากกว่า 10 แห่ง ล่าสุดได้มีสนามที่กำลังจะเปิดใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยทราบว่าสนามดังกล่าวมีนักการเมืองระดับจังหวัดเป็นผู้วิ่งเต้นในการเปิดสนาม โดยขออนุญาตไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ไม่ต้องการให้มีสนามวัวชนเกิดขึ้นในพื้นที่ ที่อาจชักนำเยาวชนและชาวบ้านสู่ปัญหาอาชญากรรมได้ในอนาคต จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ทราบว่าจะเปิดใช้งานในเดือดเมษายนนี้ ทั้งที่จังหวัดฯมีประกาศห้ามแล้ว และสาเหตุที่ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือต่อต้านใดๆเลย เนื่องจากชาวบ้านค่อนข้างที่จะเกรงกลัวต่ออิทธิพลของเจ้าของ เพราะเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าวงการพนัน หรือวงการวัวชน ได้ชื่อว่าเป็น”วงการนักเลง”
ล่าสุดวานนี้ (22 มีนาคม) เหล่าบรรดานักเลงวัวชนแต่ละพื้นที่รวมถึงต่างจังหวัด ต่างนำวัวของตนมาเปรียบคู่กัน เพื่อรอที่จะจับคู่ เริ่มเปิดสนามนัดแรกในต้นเดือน เม.ย. 60 นี้ จึงอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ตรวจสอบยับยั้งการกระทำดังกล่าวด้วย เพื่อความสงบสุขของชาวบ้านและจะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง

