หน้าแรก ในประเทศ ตร.เรียกสอบ 8...

ตร.เรียกสอบ 8 พยาน “คดียึดเวที ค.1” โครงการท่าเรือปากบารา

23.03.17 | 18:34 น.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม จากกรณีกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนจำนวนมากยึดเวทีแสดงความคิดเห็น 1 หรือ ค.1 โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่โรงเรียนบ้านปากบาง ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล เพื่อแสดงเจตนารมณ์คัดค้านและปิดกั้นไม่ให้คณะผู้จัดงานเข้าไปยังสถานที่ซึ่งเตรียมไว้สำหรับการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เป็นเหตุให้ไม่สามารถเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นได้ โดยวันนี้ ที่สภ.ละงู ตำรวจภูธรจังหวัดสตูลได้เรียกพยานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งเวทีแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 1 หรือ ค.1 ให้ปากคำครั้งแรก โดยมีนายนาวี พรหมทรัพย์ ในนามผู้ริเริ่มโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบาราพร้อมพวกอีก 8 คน เดินทางมาร่วมเป็นพยานให้ปากคำในครั้งนี้ พร้อมนำภาพนิ่งที่บันทึกในเหตุการณ์ ว่ามีการถูกทำลายของทรัพย์สินของผู้จัดเวที ตัวอาคารโรงเรียนที่พังชำรุด

นายนาวีกล่าวว่า การเดินทางมาให้ปากคำในครั้งนี้ เพื่อยืนยันถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายในครั้งนั้นว่าสร้างความเสียหาย โดยนำภาพนิ่ง และการชำรุดเสียหายของโรงเรียนและทรัพย์สินรวมมูลค่าหลายแสนบาท และบุคคลที่ถูกทำร้ายจากการชุมนุมในครั้งนั้นเพียงเพื่อจะเข้าไปร่วมฟัง มาเป็นพยานด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แจ้งถูกทำร้ายร่างกายด้วยเช่นกัน และเร็วๆ นี้ เจ้าท่าและบริษัทก็จะเดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดด้วยเช่นกัน เพราะเม็ดเงินที่ใช้ในการจัดทำเวที 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินภาษีประชาชนต้องหายไป ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และอยากถามกลับเช่นกันว่า ก่อนเปิดเวที ค. 1 กลุ่มผู้คัดค้านฯนำเม็ดเงินมาจากไหนในการจ้างวงดนตรีจัดงาน 18 ล้านบาท เชื่อว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังในการขัดขวางไม่ให้เกิดท่าเรือน้ำลึกปากบารา

สำหรับการดำเนินคดีของแกนนำขณะนี้พบว่า มี 3 คนที่ถูกกล่าวหา ตามพ.ร.บ.ชุมนุม คือนายสมบูรณ์ คำแหง นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี และนายไกรวุฒิ ชูสกุล ซึ่งยังไม่มีการกล่าวโทษเพิ่มเติมจนกว่าจะมีการรวบรวมพยานหลักฐาน

ด้านนายไกรวุฒิ ชูสกุล หนึ่งในเครือข่ายติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล ยังคงยืนยันว่า การชุมนุมที่โรงเรียนบ้านปากบาง ของเวที ค.1 นั้นเป็นการแสดงออกเพื่อปกป้องทรัพยากรตามสิทธิ์และหน้าที่ประชาชน ไม่ได้ชุมนุมเพื่อก่อความวุ่นวาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วว่าควรให้ยุติเวที ค.1 ด้วยความไม่ชอบทั้งปวงที่เสนอไปแล้ว รวมทั้งผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่ทำหนังสือส่งถึงด้วยเช่นกัน ส่วนการตั้งข้อสังเกตการใช้จ่ายในการทำเวทียินดีให้ตรวจสอบ แต่ต้องตรวจสอบทรัพย์สินของผู้มีความคิดเห็นต่างด้วย เพราะเงินทุกบาทที่ใช้ของผู้มีความเห็นต่างคือภาษีของประชาชน แต่กลุ่มเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนากับภาคี มาด้วยใจ การเปิดรับบริจาค ดนตรีศิลปินที่รักษ์ธรรมชาติมาช่วยกันทั้งนั้น ให้วัดใจกันไปเลยว่าเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของตัวเองหรือไม่ และอยากให้ ปปช. สตง.เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้ด้วย