วันที่ 23 มีนาคม 2560 ความคืบหน้ากรณีนายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ สั่งปิดเตาเผาถ่านบริเวณบ้านป่าเลา ต.ป่าเลากว่า 40 แห่ง หลังจากกลายเป็นต้นเหตุทำให้เกิดกลุ่มควันปกคลุมทั่วหมู่บ้าน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านและยังสร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุดชาวบ้านผู้ประกอบธุรกิจเผาถ่านกว่า 20 รายได้ยุติการเผาถ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากทาง อบต.ป่าเลาได้นำคำสั่งให้ยุติกิจการมาปิดแจ้งตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา จากนั้นชาวบ้านจึงทยอยเก็บเคลียร์ถ่านที่อยู่ในเตาเผาออกจนเกือบหมดแทบทุกรายแล้ว จากนั้นทำการรื้อเตาเผาและอยู่ระหว่างเริ่มขนย้ายกองไม้มะขามออกจากพื้นที่ดังกล่าว จึงถือว่าเป็นการปิดหมู่บ้านเผาถ่านที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปีอย่างสิ้นเชิง
นางสรวง งามเอี่ยม อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านป่าเลา กล่าวว่า เริ่มประกอบอาชีพเผาถ่านตั้งแต่ปี 2547 โดยสร้างเตาเผาบนที่ดินเริ่มต้นมีแค่เพียงเตาเดียว แต่ภายหลังคนในหมู่บ้านข้างเคียงมาขอเช่าที่ดินเพื่อทำอาชีพเผาถ่านเช่นกัน ทำให้กิจการขยายตัวขึ้น ในขณะที่เตาเผาก็มีเพิ่มขึ้นเช่นกัน จนมีมากกว่า 40 เตา และเมื่อถึงเวลาจุดไฟเผาถ่านพร้อมๆ กันก็จะมีกลุ่มควันโขมงเกิดขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณจนถูกชาวบ้านร้องเรียนมาตลอด ฉะนั้น เมื่อถูกสั่งให้ยุติ ชาวบ้านทุกรายก็พร้อมให้ความร่วมมือ และส่วนใหญ่ที่ย้ายออกไปก็จะกระจายไปดูทำเลที่อื่น ที่ห่างไกลจากหมู่บ้าน และคงไม่รวมเป็นกลุ่มใหญ่แบบนี้อีกแล้ว

“ส่วนสภาพดินบริเวณนี้มีความเหมาะสมกับการเผาถ่านมาก เนื่องจากเป็นดินดำและเหนียว ทำให้ถ่านมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด และการที่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่เพราะง่ายต่อการซื้อขาย ส่วนไม้ที่กองพะเนินที่นำมาเผาถ่านไม่ใช่ไม้ตัดจากป่า แต่เป็นไม้มะขามที่เกษตรกรตัดแต่งกิ่งหรือตัดลำต้นเพราะทำสาวให้ต้นมะขามหวานใหม่ จากนั้นจะมีผู้นำมาขายให้ ฉะนั้น การถูกสั่งห้ามไม่ให้เผาถ่านต่อไปถือว่าเป็นการปิดตำนานหมู่บ้านเผาถ่านแห่งนี้ไปในตัวด้วย” นางสรวงกล่าว

