สภาทนายความจัดงานวันทนายความปี 2568 มอบรางวัล 52 ทนายดีเด่น

20.02.25 | 17:06 น.

สภาทนายฯ จัดงานครบรอบวันทนายความ ด้าน นายกฯวิเชียรเผย เป็นการระลึกถึงอดีตทนายความที่ล่วงลับ ขณะที่อดีตนายกสภาทนาย ชี้ต้องเร่งแก้ไขไม่ให้ต่างชาติสวมรอยเป็นที่ปรึกษากฎหมาย

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน มีการจัดงานครบรอบวันทนายความ โดยมีนายวิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความเป็นประธานในการจัดงานวันครบรอบสภาทนายความ ประจำปี 2568

เวลา 10.00 น.มีทนายความและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอาทิเช่น นายสัญญาภัชระ สามารถ อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ นายสาโรจน์ จันทรศิริ กรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 6 ศ.พิเศษ ดร. เดชอุดม ไกรฤทธิ์ อดีตนายกสภาทนายความ ดร.วิรัลพัชร เวธทาวริทธิ์ธร อุปนายกฝ่ายวิชาการ นายสงคราม สกุลพราหมณ์ อุปนายกฝ่ายบริหาร นายภัทราวุฒิ พันธ์รัศมี ประธานสภาทนายความจังหวัดสุพรรณบุรี และมีพิธีทำบุญและเจริญพระพุทธมนต์ โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร มาร่วมพิธีสงฆ์ เพื่อบำเพ็ญกุศลให้แก่ทนายความที่ล่วงลับ และเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้แก่สภาทนายความและผู้ที่ประกอบวิชาชีพทนายความ

พร้อมกันนี้ยังมีพิธีมอบรางวัลทนายความดีเด่นประจำปี 2568 โดยมีผู้ได้รับรางวัลจำนวน 52 คนทั่วประเทศ อาทิเช่น น.ส.อัจฉรา แสงขาว ทนายความชื่อดัง และจัดให้มีการสัมมนาเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและพระราชกำหนดทางไซเบอร์ (ฉบับใหม่)

Advertisement

ด้านนายวิเชียร กล่าวว่า วันที่ 20 ก.พ.ของทุกปี เป็นวันทนายความเพื่อระลึกถึงทนายความในอดีตที่เป็นผู้ล่วงลับไปแล้ว และเป็นการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่องค์กรสภาทนายความ โดยสภาทนายความมุ่งหวังที่จะพัฒนาทักษะให้แก่ทนายความทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทนายความที่มีประสบการณ์หรือทนายความใหม่ โดยจะมีการจัดการฝึกอบรมและเรียนโดยมีการตอบรับจากทนายความทั่วประเทศ และในปัจจุบันเราเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบทนายความที่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องมรรยาท

นายวิเชียร กล่าวอีกว่า คดีมรรยาทที่เข้าสู่คณะกรรมการมรรยาทมีประมาณ 30 เรื่องและคดีที่สามารถทำให้เสร็จสิ้นไปแล้วมีประมาณ 10 เรื่อง โดยทางเราให้คณะกรรมการมรรยาทเข้ามาควบคุมดูแลเรื่องมรรยาททนายความ และคณะกรรมการมรรยาทยังได้ตั้งคณะขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อติดตามพฤติกรรมของทนายความทางสื่อออนไลน์อีกด้วย ถ้าเห็นว่าเข้าข่ายการประพฤติผิดมรรยาท จะมีการเรียกเข้ามาพูดคุยตักเตือน และหากมีผู้กระทำความผิดที่รุนแรงอีกจะมีการดำเนินคดีเกี่ยวกับมรรยาทต่อไป

ขณะที่นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ อดีตนายกสภาทนายความกล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ทุกธุรกิจมีการนำบุคคลต่างด้าวเข้ามามีทั้งหลายเชื้อชาติที่เข้ามาโดยเฉพาะในด้านที่ปรึกษากฎหมายในห้วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมามีทั้งทนายความสีเทาที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความในประเทศไทยโดยเลี่ยงไปเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจแฝงตัวอยู่ในสำนักงานบริษัทต่างๆ ทั้งในจ.กรุงเทพ พัทยา เกาะสมุย หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์จ.ภูเก็ต และจ.เชียงใหม่มีกลุ่มทนายความเหล่านี้หมดตนเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องควบคุมแก้ไขเพื่อไม่ให้กลุ่มบุคคลต่างด้าวเหล่านี้เข้ามารับทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายทนายความไทยไม่ใช่เพียงแค่ทำหน้าที่ว่าความในชั้นศาลแต่มันเป็นบทบาทที่ปรึกษาทางกฎหมายก็เป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ทนายความสามารถทำได้หากปล่อยไว้เป็นแบบนี้ในอนาคตจะกระทบต่อวิชาชีพทนายความของไทยและตนเชื่อมั่นว่านักกฎหมายในเมืองไทยก็มีความรู้ความสามารถในเรื่องภาษาอังกฤษไม่แพ้ชาวต่างด้าวเช่นกัน