เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 24 มี.ค.60 ที่ห้องประชุมสุขวิช รังสิตพล โรงแรมศรีพฤทธาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายวิสัย เขตสกุล ประธานชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษ ร่วมกับ สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูศรีสะเกษ จำกัด ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมล้อมวงคุยเชิงวิชาการ การพัฒนาประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ด้วยระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีผู้นำองค์กรครูจากทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยมาล้อมวงเสวนา เพื่อหาแนวทางในการที่จะพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทย โดยระบบการศึกษา เพื่อที่จะได้นำเสนอไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย นายสนอง ทาหอม ประธานสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย นายประวิทย์ บึงไสย์ ประธานชมรมครูประชาบาลภาคอีสาน นายวัฒนา ไตรราช อดีตกรรมการคุรุสภา นายอำนาจ สุนทรธรรม อดีตเลขาธิการคุรุสภา นายทิวา รุ้งแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.ศรีสะเกษ นายสุริชัย คำศรี อดีต ผอ.สกสค.จ.ศรีสะเกษ และนายนิสิต รังษี ผอ.สกสค.จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย ผู้นำองค์กรครูจากทั่วประเทศ มาร่วมเสวนาในครั้งนี้
นายวิสัย กล่าวว่า การพัฒนาประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 ด้วยระบอบประชาธิปไตย มีกฎหมายเป็นหลักในการปกครองบริหารประเทศ ยังคงมีปัญหามาตลอด เนื่องจากว่าประชาธิปไตยที่เป็นเผด็จการ รวบอำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง ความเป็นประชาธิปไตยยังไม่เกิดขึ้นจริง เพราะการได้มาซึ่งอำนาจ มาจากการทุจริต ซื้อสิทธิ์ขายเสียง นำไปสู่กลุ่มธุรกิจผลประโยชน์เพื่อตนและพวก ขาดวินัยและจรรยาบรรณที่ดีงามทางการเมือง นำมาซึ่งความวุ่นวายปั่นป่วนทั้งประเทศ เนื่องด้วยประชาธิปไตยไม่ได้มาจากกระบวนการทางการศึกษา ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2523 รัฐบาลได้จัดให้มีขบวนการประชาธิปไตยในกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้มีองค์คณะบุคคลทางการบริหารแบบไตรภาคี และมีการเลือกตั้งผู้แทนครูและผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพเข้ามาเป็นตัวแทน แต่ปรากฏว่า
“จนกระทั่งถึงปี 2546 การเลือกตั้งของครูไม่เป็นแบบอย่างทางสังคม มีการทุจริตคอรัปชั่นเต็มกระทรวง จนเป็นปัญหาประเทศให้ คสช.เข้ามาแก้ไข ความเป็นประชาธิปไตยที่สะอาด โปร่งใส จะเกิดขึ้นได้ด้วยความจริงใจของรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะเป็นโอกาสเดียวเท่านั้นที่จะสร้างนวัตกรรมที่สำคัญ พวกตนผู้นำครูจึงขอเสนอให้มีกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งทุกองค์คณะในกระทรวงศึกษาธิการที่มีบทลงโทษทางวินัยและอาญาสำหรับผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้งของวงการครู จัดให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นแบบอย่างในการขับเคลื่อนกระบวนการทางประชาธิปไตย” นายวิสัย กล่าว
นายวิสัย กล่าวด้วยว่า การปฏิรูปการศึกษาทุกครั้งที่ผ่านมา ได้มีการปรับโครงสร้างและตำแหน่งหน้าที่ให้ผู้บังคับบัญชา ปัญหาคือ สถานศึกษายังยากจนคลอนแคลนเหมือนเดิม นั่นคือ “ปฏิรูปทุกครั้ง เจ้านายได้ดี ปฏิรูปทุกที โรงเรียนทำผ้าป่าเหมือนเดิม” หากสามารถดำเนินการปฏิรูปการศึกษาให้เป็นวาระแห่งชาติ และกระทรวงศึกษาธิการเป็นแบบอย่างทางประชาธิปไตยดังกล่าวได้ จะสามารถขับเคลื่อนการศึกษาสู่คุณภาพการศึกษาชาติ และพลเมืองของชาติที่ดี มีคุณภาพสู่สากล ประเทศจะเจริญก้าวหน้า มั่นคง สงบสุขอย่างยั่งยืน ซึ่งตนจะได้นำผลของการเสวนา นำเสนอไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาต่อไป
ด้านนายสนอง ทาหอม ประธานสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีที่มีการจัดตั้งศึกษาธิการภาค และศึกษาธิการจังหวัดในขณะนี้นั้น เมื่อสมัยที่เด็กนักเรียนยังคงใช้กระดานชนวนเป็นอุปกรณ์ในการเรียนการสอน ศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด เป็นนวัตกรรมใหม่ที่สุด แต่พอมาถึง พ.ศ.2523 ศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด เป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัย ทำให้คุณภาพการศึกษาไม่ดี พอช่วง พ.ศ.2546 ศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด ได้กลายเป็นเทคโนโลยีตกรุ่น โล๊ะทิ้ง กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ถือว่าเป็นขยะ
“พอมาถึงวันนี้ เรานำเอาขยะมารีไซเคิล ตนคิดว่าขยะเอามารีไซเคิล มันจะดีกว่าคุณภาพการศึกษาเมื่อปี พ.ศ.2523 ได้อย่างไร เพราะยุคนี้เป็นยุคไทยแลนด์ 4.0 แล้ว ตนคิดว่าที่ปรึกษาของ คสช.ด้านการศึกษา น่าจะมีความคิดใหม่ที่ไปไกลกว่านี้ ไม่ใช่กลับไปที่เดิม เป็นการถอยหลังเข้าคลอง ควรที่จะระดมความคิดเห็นของผู้ที่อยู่ในวงการศึกษาโดยตรงจากทั่วประเทศมาช่วยกันออกแนวความคิดในการที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งตนขอฝากเรื่องนี้ไปถึงนายกรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณาด้วย” นายสนอง กล่าว

