เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มีนาคม 2560 ที่ห้องเชียงใหม่ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 (สปข.3) โดยนายชูโชค ทองตาล่วง ผู้อำนวยการ สปข.3 จัดเวทีเสวนาระดับภาค ′พลังพลเมืองดี ขับเคลื่อนวิถีประชาธิปไตย′ เพื่อส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย เตรียมความพร้อมให้ประชาชนรู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนเองก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งในปี 2561 โดยมีเครือข่ายประชาชน เอกชน ประชาสังคม ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนกว่า 200 คนเข้าร่วมเสวนา
นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า กกต.วางยุทธศาสตร์ชาติ 5 ข้อ เสริมสร้างความรู้ประชาธิปไตยให้ประชาชนและสร้างพลเมือง เริ่มตั้งแต่เด็ก-ผู้ใหญ่ทุกคน เพื่อเตรียมประชาชน เพราะการเลือกตั้งเริ่มต้นจากประชาชนเข้าใจระบอบประชาธิปไตย เพราะการเมืองไม่ใช่เรื่องของนักการเมือง ผลประโยชน์ ทุจริต คอร์รัปชั่น แต่การเมืองเป็นเรื่องของคนไทยทุกคน คือการจัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ชาติเพื่อประชาชนทุกคน และประชาชนมอบอำนาจให้ผู้แทนเข้าไปทำงานและบริหารประเทศแทนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่การนำอำนาจของเราไปคดโกงหรือเอาไปทำอะไรก็ได้
“ความขัดแย้งของสังคม เห็นต่างได้ ชอบพรรคและนักการเมืองต่างกัน เถียงกันเต็มที่ แต่ทำไมต้องทะเลาะกัน เกิดความแตกแยกของสังคม จัดตั้งหมู่บ้านเป็นสีโน้นสีนี้เกิดขึ้นในสังคมไทย แต่ขณะนี้กำลังดีขึ้น เพราะเรากำลังเข้าสู่การปฏิรูปประเทศ แต่การเลือกตั้งยังมีการทุจริต เพราะประชาชนยังไม่ตระหนักถึงพิษภัยของการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่มีความเป็นพลเมืองที่ดี รับเงินซื้อเสียง 500 บาทแล้วไปเลือกใครไม่รู้ 5 เหตุผลที่ทำให้ประชาธิปไตยไทยมีปัญหาคือ การซื้อสิทธิขายเสียง เคยอุปการะค้ำจุนกันมาก่อน พี่น้องญาติกัน มีคนสั่งให้เลือก และเลือกโดยวิจารณญาณของตนเอง ด้วยการรับข้อมูลรอบด้านและคิดวิเคาระห์ แต่ปัญหาความขัดแย้งเกิดเพราะ 4 วิธีแรก โดยเฉพาะการซื้อสิทธิขายเสียง”
นายเกรียงไกรกล่าวอีกว่า เราต้องเร่งสร้างวิทยากรออกไปให้ความรู้ และสร้างคนขึ้นมาเป็นพลเมืองที่ดีในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งทั่วประเทศ และโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นต้นแบบของประเทศ มี 204 ตำบล แต่เราจัดตั้งทั้งหมด 205 ศูนย์ เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางให้ความรู้ด้านประชาธิปไตย และมีหน้าที่สร้างพลเมืองที่ดีให้เกิดขึ้นในทุกตำบล พร้อมสร้างเครือข่ายให้มากขึ้น
นายศุภกร ศรีศักดา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและสวัสดิการตามอัธยาศัย (กศน.) กล่าวว่า ภายในศูนย์มี 25,000 คนที่พร้อมจะออกไปเป็นอาสาสมัครให้ความรู้ประชาชนพลเมืองไทยใน 252 ดอย เพื่อให้เข้าใจหลักประชาธิปไตย การเข้าไปมีส่วนร่วมในสังคมและชุมชนด้วยหน้าที่รับผิดชอบต่อประเทศชาติ
นางคนึงนิตย์ อายุมั่น ผู้แทนภาคประชาชนจาก อ.สะเมิง กล่าวว่า พลเมืองอาสา กกต.จะมีบทบาทในฐานภาคประชาชน เรามีสภาองค์กรประชาชนที่มีภารกิจการเมืองภาคพลเมืองอยู่แล้ว แม้จะเป็นจุดเล็กๆ แต่คลุกคลีกับพี่น้องในทุกครัวเรือน เรารู้ใครคือหัวคะแนน จ่ายเงินเท่าไรเรารู้หมด เราจึงมาคุยกันว่า กกต.ทำคนเดียวไม่ได้ เพราะไม่เข้มแข็งและใกล้ชิดเท่าเรา เราต้องช่วย การเมืองระบบใหม่ไม่จ่ายหัวคะแนนแต่เปลี่ยนวิธีใหม่อยู่เรื่อยๆ แต่เรามีหน้าที่ดูแลบ้านเราด้วยการสร้างจิตสำนึกในทุกโอกาส การเมืองไม่ใช่การเลือกตั้งหรือแค่หย่อนบัตร แต่เป็นการเข้าใจของประชาชนที่ต้องสอดส่องดูแลคนที่จะมาทำร้ายบ้านเมือง หมู่บ้านของเราเอง แต่การเมืองคือชาวบ้านเป็นผู้เสนอนโยบายให้ผู้แทนไปบริหารประเทศแทนเราด้วยความซื่อสัตย์ยุติธรรม เราคุยกันว่า การได้เงิน 500 บาท ใช้วันเดียวหมด ค่าตัวเราศักดิ์ศรีมีแค่นี้หรือกับ 4 ปีที่นักการเมืองเข้าไปเป็นตัวแทนเรา เขาเสวยสุขร่ำรวยออกทีวี ไม่ต้องไปดูไกล ดูที่บ้านเรานี่แหละ การพูดคุยกันมากๆ จะมีทางออกให้กับประเทศ โดยสร้างเครือข่ายจากเด็กๆ ให้เขาเป็น กกต.น้อย ไปบอกพ่อ-แม่ ผู้ปกครอง

