รวบ ‘หนึ่ง บางสะพาน’ พ่อค้ายาลั่นไกอริดับ 5 นัด อ้างโมโหขับรถปาดหน้า

22.02.25 | 16:49 น.

รวบ ‘หนึ่ง บางสะพาน’ พ่อค้ายาลั่นไกอริดับ 5 นัด เหตุอ้างโดนขับรถปาดหน้าก่อน

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสบชัย มัตสยะวนิชกูล ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ และตำรวจภูธร สภ.บางสะพาน เข้าจับกุมตัว นายปิยะพงษ์ หนึ่ง บางสะพาน อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลประจวบคีรีขันธ์ เลขที่ จ.238/2567 ลงวันที่ 24 ธ.ค.67 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน โดยจับกุมตัวได้หน้าบ้านเช่า อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน บริเวณถนนสะพานข้ามทางรถไฟเขาสีเสียด หมู่ 6 ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเดินทางไปถึงพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีน้ำเงินขาว ทะเบียนประจวบคีรีขันธ์ พลิกคว่ำอยู่ 1 คัน ข้างกันพบศพผู้ขับขี่ ชื่อ นายรุ่งฤทัย หรือเอ๋ อายุ 46 ปี ถูกยิงด้วยปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ศีรษะจำนวน 2 นัด และลำตัวอีก 3 นัด รวมทั้งสิ้นเป็น 5 นัด นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. และหัวกระสุนปืนขนาดเดียวกัน กระจัดกระจายอยู่เกลื่อนพื้น

จากแนวทางการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายปิยะพงษ์ หรือ “หนึ่ง บางสะพาน” ผู้ต้องหาซึ่งมีประวัติ พัวพันกับยาเสพติดในพื้นที่ สภ.บางสะพาน สภ.บ้านมาบอำมฤต และ สภ.เมืองชุมพร หลายคดี เคยถูกจับกุมดำเนินคดีและถูกออกหมายจับติดตามตัวหลายครั้ง โดยวันก่อเหตุ นายปิยะพงษ์ใช้รถกระบะโตโยต้า รุ่น Revo สีดำ ทะเบียนสุโขทัย เป็นยานพาหนะ หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปกบดาน ก่อนจะย่ามใจกลับเข้ามาพักอาศัยในพื้นที่อีกครั้ง กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน นายปิยะพงษ์อ้างว่า คืนวันเกิดเหตุ มีปากเสียงกับผู้ตายเนื่องจากถูกขับขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้าจึงใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต แต่ชุดจับกุมไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่านายปิยะพงษ์รู้จักคุ้นเคยกับผู้ตายมาก่อน ประกอบกับ ก่อนลงมือก่อเหตุมาจอดรถดักรอผู้ตาย ซึ่งกำลังขับขี่จักรยานยนต์ผ่านมาจากการไปร่วมงานเลี้ยง

Advertisement

อีกทั้งหลังเกิดเหตุ พบว่าสร้อยทองรูปพรรณที่ผู้ตายสวมใส่ ทั้งสร้อยคอและสร้อยข้อมือ น้ำหนักรวม 4 บาท มูลค่ากว่า 180,000 บาทสูญหายไป คาดว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะมีประเด็นโกรธแค้นกันมากกว่าแค่เรื่องขับรถปาดหน้าบนท้องถนน จึงควบคุมตัว นายปิยะพงษ์นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป