หน้าแรก ในประเทศ รัก ปชต.-นปช....

รัก ปชต.-นปช.เชียงใหม่ ร้องสอบ “วอเตอร์พาร์ค สันกำแพง” ขัดผังเมืองรวม เอกชนยันยื่นขอถูกต้องแล้ว

24.03.17 | 14:40 น.
วันที่ 24 มีนาคม 2560  ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่  นายองอาจ  ตันธนสิน แกนนำกลุ่มรักประชาธิปไตยเชียงใหม่ พร้อมด้วย ด.ต.พิชิต  ตามูล  แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงเชียงใหม่ และสมาชิกรวม 3 คน ขอพบนายปวิณ  ชำนิประศาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามการตรวจสอบก่อสร้างโครงการ วอเตอร์พาร์ค เชียงใหม่ ของบริษัทเชียงใหม่ทูบ เทรด วอเตอร์พาร์ค จำกัด  ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง  หลังยื่นหนังสือขอทางจังหวัด ตรวจสอบโครงการดังกล่าว เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2559หรือกว่า 5 เดือนที่ผ่านมา โดยโครงการดังกล่าวเปิดบริการเป็นสวนสนุก ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดิน  ขัดกับกฏกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ.2555 ที่กำหนดให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (สีเหลือง) ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทสวนสนุก หรือสวนสัตว์ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง
นายองอาจ กล่าวว่า ไม่ได้พบนายปวิณ เนื่องจากติดภารกิจ แต่นายปวิณ ได้มอบหมายให้นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ดูแลเรื่องดังกล่าว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด  มาแจ้งว่า นายประจวบ ได้นัดหมายท้องถิ่นจังหวัดสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เทศบาลเมืองต้นเปา อ.สันกำแพง ที่ออกใบอนุญาตก่อสร้างโครงการ มาชี้แจงและสอบถามข้อเท็จจริงก่อน  จึงยังไม่ได้รับคำตอบเรื่องดังกล่าวอย่างใด
“ได้สอบถามผู้ว่าราชการจังหวัด 3 ประเด็น คือ โครงการดังกล่าว ตั้งอยู่ในพื้นที่ประกาศกฏกระทรวง สามารถก่อสร้างได้หรือไม่  และอยู่ในการควบคุมของกฏกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการควบคุมเครื่องเล่น พ.ศ.2548 หรือไม่ อย่างไร สามารถสร้างได้หรือไม่ และเทศบาลเมืองต้นเปา ออกใบอนุญาตให้สวนน้ำเปิดดำเนินกิจการได้หรือไม่ โดยขอให้ทางจังหวัด ตอบเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะติดตามเรื่องดังกล่าวมา 2-3 ครั้งแล้ว แต่ไม่เคยได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการเลย” นายองอาจ กล่าว
นายองอาจ กล่าวว่า การขอตรวจสอบนี้ ไม่ใช่ร้องเรียนผู้หนึ่งผู้ใด แต่เป็นข้อกฏหมายที่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามเพื่อสร้างบรรทัดฐาน ไม่ได้กลั่นแกล้ง เพราะการก่อสร้างไม่ใช่สวนน้ำ แต่เป็นสวนสนุก หากพื้นที่ดังกล่าวสามารถสร้างได้ อาจมีผู้ละเมิดกฏหมายสร้างอีก โดยใช้อภินิหารทางกฏหมาย หรืออำนาจพิเศษ  เอื้อประโยชน์นายทุน สวนทางนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้ปราบปรามการทุจริต หรือคอรัปชั่นได้ ดังนั้น หากยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน อาจไปร้องเรียนที่สำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 27 มีนาคมนี้
“เรื่องดังกล่าว ไม่ใช่การเมืองหรือสีเสื้อ แต่เป็นนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะไม่ได้สนใจ  แต่สนใจเรื่องกฏหมาย ว่าได้ปฏิบัติตามกฏหมายหรือไม่ ยืนยันเรื่องดังกล่าว ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง หรือผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างใด” นายองอาจ กล่าว
ด้านนายปวิณ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นพบว่า เป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถสร้างสวนสนุกได้ แต่ทางเทศบาล แจ้งว่า ใบอนุญาตก่อสร้างที่ออกให้เป็นสวนน้ำ ไม่ใช่สวนสนุก ดังนั้นจึงให้ท้องถิ่นจังหวัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง
ขณะที่ น.ส.สุคนธา ชัยคำ  ฝ่ายการตลาด บริษัทเชียงใหม่ ทูบ เบรด วอเตอร์พาร์ค เชียงใหม่ จำกัด เจ้าของโครงการวอเตอร์พาร์ค เชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามกฏหมาย ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และเทศบาลเมืองต้นเปา อ.สันกำแพง แล้ว ซึ่งออกใบอนุญาตเป็นสวนน้ำ ไม่ใช่สวนสนุก ตามข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องเรียน ยืนยันได้ปฏิบัติตามขั้นตอนกฏหมาย ใช้พื้นที่สร้างสวนน้ำเพียง 10 % ของพื้นที่ทั้งหมดพร้อมจดทะเบียนเป็นสวนน้ำ ตามพระราชบัญญัติเครื่องเล่น พ.ศ.2548
“ได้เข้าชี้แจงกับนายปวิณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเอกสารหลักฐานมา 2 ครั้งแล้ว โดยยืนยันเจตนาว่าการลงทุนดังกล่าว เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยว และสร้างงานในชุมชน โดยว่าจ้างแรงงานท้องถิ่น 50 % โดยเฉพาะท่องเที่ยวนอกฤดู หรือโลว์ซีซั่น ที่ีมีอากาศร้อน และฝุ่นควันมาก จึงสร้างสวนน้ำดังกล่าว เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยวทางหนึ่ง”น.ส.สุคนธา กล่าวและว่า เดิมทีพื้นที่ดังกล่าว ผู้บริหารตั้งใจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่เศรษฐกิจซบเซา จึงหันมาทำสวนน้ำ เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยวแทน ไม่ใช่นอมินีอย่างที่เข้าใจกัน ดังนั้น อาจแถลงข่าวชี้แจงเรื่องดังกล่าว หลังเปิดสวนน้ำอย่างเป็นทางการ วันที่25 มีนาคมนี้
ส่วนนายประจวบ กล่าวว่า นายปวิณได้มอบหมายให้ดูแลเรื่องดังกล่าว ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง ไม่ได้ฟันธงว่าพื้นที่สีเหลือง สร้างสวนน้ำได้หรือไม่ จึงเชิญนิติกร ผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายกรมโยธาธิการและผังเมือง ท้องถิ่นจังหวัด เทศบาลเมืองต้นเปา มาประชุมหารือข้อกฏหมาย เพื่อแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ภายในสัปดาห์หน้า ยืนยันทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฏหมาย ไม่มีข้อยกเว้น หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนสรุปผลประชุมให้นายปวิณ ทราบตามลำดับ เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป
สำหรับโครงการดังกล่าว สร้างบนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ