เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่อาคารอปร. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวภายหลังการเปิดงานสัมมนาทางวิชาการเทิดพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เรื่อง “การยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกในประเทศไทยให้ได้ต่ำกว่าร้อยละ 1” ว่า ประเทศไทยยังคงเดินหน้ายุติปัญหาเอดส์ ภายในปี พ.ศ.2573 คือจะไม่มีเด็กคลอดออกมาแล้วติดเชื้อเอชไอวี ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ไม่เกิด 1,000 รายต่อปี ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการการรักษาด้วยยาต้านไวรัสฯ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ร่วมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินโครงการลดการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก โดยใช้ยา Raltegravir เพื่อป้องกันเรื่องดังกล่าวทั้งกับหญิงไทยและหญิงชาวต่างด้าว โครงการ Raltegravir เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 มีหญิงตั้งครรภ์เข้าโครงการแล้ว 51 ราย ผลเบื้องต้นคือหลังคลอดปรากฏว่าไม่มีเด็กติดเชื้อเลย จึงจะนำแนวทางดังกล่าวมาสู่การตั้งเป้ายุติการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกต่อไป
นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับการยกย่องว่าสามารถยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกจากองค์การอนามัยโลก ซึ่งจัดเป็นตัวอย่างความร่วมมือแบบประชารัฐ เนื่องจากได้รับความร่วมมือกับหลายภาคส่วน ซึ่งที่ผ่านมาทางกรมอนามัยได้มีการของบประมาณเพื่อมาซื้อนมผงให้แก่แม่ที่ติดเชื้อHIV เพื่อลดการติดเชื้อผ่านการให้นมบุตร อย่างไรก็ตาม กรมอนามัยยังเป็นหน่วยงานหลักที่ตระหนักถึงปัญหาประชากรของไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า ตามแนวนโยบายมีลูกเพื่อชาติ โดยเสียงตอบรับหลังจากมีการแถลงข่าวดีมาก การดำเนินงานมีส่วนร่วมและอุปสรรคน้อยเพื่อให้ทุกการเกิดมีการวางแผนอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นในปี 2573 ที่มีเป้าหมายว่าประเทศไทยจะต้องไม่มีเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีจากแม่ ต้องมีการวางแผนและข้อมูลการดำเนินการที่แน่ชัด พร้อมกระจายเรื่องดังกล่าวออกไปทั่วประเทศ โดยมอบให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดในแต่ละจังหวัดเป็นผู้นำแนวทางไปดำเนินการ
พญ.รังสิมา โล่ห์เลขา ศูนย์ประสานความร่วมมือไทย สหรัฐ ด้านสาธารณสุข กล่าวว่า เราตั้งเป้าว่าภายในปี พ.ศ.2563 จะยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกในไทยให้ต่ำกว่าร้อยละ1 และเป้าหมายต่อไปคือปี พ.ศ.2573 จะไม่มีเลย ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี พ.ศ.2557 ถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อใหม่ประมาณ 180 ราย สาเหตุที่มีการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกนั้นเนื่องด้วยสาเหตุ 1.แม่มาฝากท้องช้า หรือไม่มาฝากท้อง 2.แม่มาฝากท้องแต่ไม่กินยาสม่ำเสมอ หรือประสบปัญหาดื้อยา 3.ฝากท้องเร็วแต่ไม่ได้ยาตามสมควร 4.ฝากท้องเร็ว แต่ยาทำให้มีผลข้างเคียงจนต้องหยุดยา หรือกินยามาตลอดแต่เด็กเกิดภาวะสำลักน้ำคร่ำ หรือจำเป็นต้องคลอดนอกโรงพยาบาลก็สามารถเป็นเหตุให้ลูกติดเชื้อได้ ดังนั้นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อหยุดการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก ที่จะทำให้เราประสบผลตามเป้านั้นหลักๆคือการลดการติดเชื้อรายใหม่ในหญิงวัยเจริญพันธ์ุ ค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่และรักษาเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อ ส่งเสริมการให้คำปรึกษาแบบคู่เพื่อตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีก่อนแต่งงาน
“นอกจากนี้ยังมีการคุมกำเนิด วางแผนการตั้งครรภ์ ส่งเสริมการฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ จัดระบบให้ต่างด้าวและผู้ด้อยโอกาสมีโอกาสเข้าถึงการฝากครรภ์ ลดการแบ่งแยกตีตราผู้ติดเชื้อและให้รับบริการที่เป็นมิตร จำแนกความเสี่ยงต่อการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกในหญิงตั้งครรภ์ ส่งเสริมการดูแลหญิงติดเชื้อหลังคลอด สามีและทารกให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาต่อเนื่อง หากทุกหน่วยงานร่วมมือกันดำเนินการตามแผนที่วางไว้เชื้อว่าในอนาคตจะสามารถลดผู้ติดเชื้อได้แน่นอน” พญ.รังสิมา กล่าว

